พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๙] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๐] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิด
ในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและ
มีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต
อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์
และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มี
วิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด
ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็จักไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๑] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด
ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ และจิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๒] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มี
วิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด
ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์
และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๓] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.
คำถามที่เป็นอดีตกับปัจจุบัน อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วใน
อุปปาทวาร ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร คำถามที่เป็นอดีตกับด้วยปัจจุบัน อนุโลม ก็ดี
ปัจจนียะ ก็ดี พึงจำแนก ฉันนั้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๔] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๕] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๖] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต
เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๒๐๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
ภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ
สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น.