พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๗๙] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต อัน
มีวิตกและมีวิจาร สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมี
ปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับ
ไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มี
วิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้า
จตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิด
ในอรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๑] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์
เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
นิโรธวาร จบ.
อุปปาทนิโรธวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
หามิได้.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ ในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารในภูมินั้น
ย่อมดับไป ก็หาไม่ ฯลฯ คำว่า ยตฺถ นอกจากนี้ เป็นเช่นเดียวกัน.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส
ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๓] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาท
ขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ
ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธและผู้เป็น
อสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๔] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป
แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาท
ขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และ
กายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๕] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๗] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ.
ข้อว่า ยสฺส (แก่สัตว์ใด) ก็ดี ข้อว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใด ในภูมิใด) ก็ดี เป็น
เช่นเดียวกัน.
บทว่า นิโรธสมาปนฺนานํ ย่อมไม่ได้ในข้อว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใด ในภูมิใด).

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๘] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
คำถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวาร ก็ดี ในนิโรธวาร ก็ดี ในอุปปาทนิโรธวาร ก็ดี
พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน.