พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๘๙] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป
แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป
และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๐] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติ
อยู่จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย
นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๑] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ที่จักมีปัจฉิมจิต
อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๒] กายสังขารจักเกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๓] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ และวจีสังขารก็จักดับไป?
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ
จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๕] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต และสัตว์ที่จักมี
ปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
จตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ
ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๖] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่
แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
และไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด และ
วจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๗] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่
แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๙๘] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
หรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและ
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.