[๑๑๒๙] วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.
[๑๑๒๙] วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.
[๑๑๓๐] กายสังขารในภูมิใด จักดับไป ฯลฯ.
[๑๑๓๑] กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักดับไป แต่
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไป.
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ
ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป
และกายสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๓๒] กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๓๓] วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน
ตติยฌาน จตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ
ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๓๔] กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด
กามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่
ดับไปแต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
และไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่
ดับไป และวจีสังขารก็ จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๑๑๓๕] กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่
ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๑๑๓๖] วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่
จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๑๑๓๗] กายสังขารในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ.
[๑๑๓๘] กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิด
ในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขาร ก็จักไม่
ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็จักไม่ดับไป.