[๑๑๑๙] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.
[๑๑๑๙] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.
[๑๑๒๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ฯลฯ
คำว่า ยสฺส (แห่งสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี เป็น
เช่นเดียวกัน.
[๑๑๒๑] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ
ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้า
นิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจาร
ย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
[๑๑๒๒] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับ
ไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
ไป?
ถูกแล้ว.
[๑๑๒๓] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตต
สังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๑๑๒๔] กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
[๑๑๒๕] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์
นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลม
อัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อัน
ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี
พึงให้พิสดาร เช่นเดียวกัน ไม่พึงกระทำว่าผู้เข้านิโรธ ในคำว่า ยสฺส ยตฺถ.
[๑๑๒๖] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับ
ไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ.
การถามที่เป็นอดีต ในอุปปาทวารตลอดถึงคำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส
ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้ว ฉันใด แม้
ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีการทำต่างๆ กัน.
[๑๑๒๗] กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ซึ่งกำลังจุติอยู่ จักดับ
ไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้
จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๒๘] กายสังขารของสัตว์ใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่
จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้
จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร
ของสัตว์ซึ่งมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด จักดับไป แต่วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ จักดับไป และ
วจีสังขารก็จักดับไป.