พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๐๙] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?

ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๐] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๑] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๒] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๓] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร
ภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกวิจาร เกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๔] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขาร
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขาร
จักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๕] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร
แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ
จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ใน
ภูมิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิต ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในภูมิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๖] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจาร
ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้า
ปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อม
ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์นั้น ผู้เข้าปฐมฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อม
ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๗] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อม
ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๑๘] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมดับไป แต่
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตก
และวิจาร ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.