พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๓๙] กายสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๐] วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มี
วิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน
ตติยฌาน จตุตถฌาน จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไป?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๑] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๒] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๓] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น เคยดับไป
แล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต
เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้ว
และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๔] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ?

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๕] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลม
อัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ
สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้า
ปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว และ
กายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๖] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
เคยดับไปแล้ว และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๗] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป
ก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เคยดับไปแล้ว
และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๑๔๘] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไป?
ไม่มี.