พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๙] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของ
สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่
จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป
และสมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป
และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๑] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะ
แห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ และสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่
กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
จิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๒] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่ง
มรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อม
ดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อม
ดับไป?
มัคคสัตว์ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไป
อยู่ จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้
เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา จักดับไป และ
สมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๓] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจจักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์
เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระ
อรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่ง
จิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ใน
อรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย
ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และ
ทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๔] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์ทั้งหลายจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของ
สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่
ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัตว์ของสัตว์เหล่านั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต
และปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต และปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของ
พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่ง
มรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและ
ผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๕] สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไป
อยู่ ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป
ก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย
และของปุถุชน ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ ของผู้ซึ่งเข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป?
ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของปุถุชนเหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
ตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้
เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้ที่เข้านิโรธ
ของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๖] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๗] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับ
ไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อม
ไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมไม่ดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของ
สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่
ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๖๘] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ในปัญจโวการภูมิ
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจ
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็น
พระอรหันต์ ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่เกิดขึ้นอยู่ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์
ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้นซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ใน
ภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งเป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของปุถุชนเหล่านั้น ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.