พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๓๙] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป.
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย
และสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น และ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์
ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ของอาปายิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็จักไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๑] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่มัคคสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และ
มัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๒] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๓] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์
เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ย่อมดับไป และ
มัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้วที่กำลังจุติอยู่ ใน
ภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๔] สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว
หรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป
แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว
ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหา
วิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และผู้ซึ่งเข้านิโรธเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป
ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้ว และ
สมุทยสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๕] ทุกขสัจในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๖] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต
ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว
ก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ จากปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และสมุทยสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไป
แล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้น ที่กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๗] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิต
ซึ่งเป็นสัตว์ที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ซึ่งเป็นสัตว์ที่กำลัง
จุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาท
ขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ เคยดับไปแล้ว
แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลเคยดับไปแล้ว และทุกขสัจ
ก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๘] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
เคยดับไปแล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับ
ไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป
ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไป
แล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.