พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๔๙] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไป
แล้วหรือ?
เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อม ไม่ดับไป.
ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๐] ทุกขสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นไม่เคยดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลัง
เกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่
ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลไม่
เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๑] สมุทยสัจของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป
แล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่เข้านิโรธ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไป
แล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังมิได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคยดับไปแล้ว
แต่สมุทยของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๒] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๓] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่
ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่ง
อุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมไม่ดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปัตติจิต
และสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะ
แห่งอุปปัตติจิต และสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่
ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๔] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปัตติจิต ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป
และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต
ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลัง
จุติจากอสัญญสัตตภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
ก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๕] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ใน
เมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้ว
ก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่
ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของ
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้
ในเมื่ออุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
ไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๖] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งจิตนั้นย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของ
สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และ
สมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์
เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่ง
จิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๗] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจะไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของ
สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป
และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อม
ดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจของสัตว์
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๙๕๘] สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ปุถุชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค สมุทยสัจของปุถุชนเหล่านั้น และของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรคของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป
และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไป
อยู่ ของผู้เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อม
ดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง
ตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.