พุทธธรรมสงฆ์


ลักษณะบุคคลผู้ไม่รู้จริง มาโต้แย้งประเด็นเรื่องอุทเทสิกเจดีย์

ไปอ่านเอาแต่พยัญชนะ เห็นในอรรถกถาเขียนแบบไหน หรือได้ยินใครพูด ก็ยกมาอ้างเฉยๆ ยกมาอ้างเฉยๆ แต่ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ตรวจสอบในธรรมวินัยตามที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่สามารถอธิบายแก้ให้ตรงตามหลักธรรมได้ว่าขัดหรือไม่ขัดกับสูตรไหนอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นการปฏิบัติผิด อรรถกถาที่ชอบยกเอามาอ้างบ่อย เข่น อรรถกถานิธิกัณฑสูตร แต่ในอรรถกถากาลิงคชาดก อธิบายความหมายอุทเทสิกเจดีย์ไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

...บรรดาเจดีย์ทั้ง ๓ นั้น โพธิพฤกษ์ ชื่อว่า บริโภคเจดีย์ พระพุทธปฎิมา ชื่อว่า อุทิสสกเจดีย์ พระสถูปที่มีห้องบรรลุพระธาตุ ชื่อว่า ธาตุกเจดีย์...

พรรณนารัตนสูตร อธิบายว่า "เจดีย์ คือ พระปฏิมา" แต่ "สถูป" (ถูป/thūpa) กับ "รูปเปรียบ" (ปฏิมา/paṭimā) มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง "รูปเปรียบ" จึงไม่ใช่เจดีย์

...พระธรรมจักรและสถานที่ปรินิพพาน หรือเจดีย์ คือ พรูปฏิมา [พระพุทธรูป] ก็เป็นไปเหมือนของพระผู้มีพระภาคเจ้า...

อรรถกถาทักขิณาวิภังคสูตร อธิบายว่า แม้พระตถาคตปรินิพพานแล้ว ก็ยังสามารถถวายทานแด่สงฆ์ ๒ ฝ่ายโดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขได้ ด้วยการเอาพระพุทธรูป(รูปปั้น) ที่มีพระธาตุมาตั้งไว้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ถวายทานในสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขในปัจจุบันนี้ไม่สามารถทำได้ มีในพุทธพจน์ชัดเจนอยู่แล้ว

...อาจ. อย่างไร. ก็พึงตั้งพระพุทธรูปที่มีพระธาตุในฐานะประมุขของสงฆ์ ๒ ฝ่าย...

อรรถกถาพหุธาตุกสูตร คำว่า "พระสถูปที่บรรจุพระธาตุ" อันนี้ถูก แต่คำว่า "พระปฏิมา" ไม่ถูก เพราะพระพุทธเจ้าอนุญาตสร้างสถูป ไม่ใช่รูปเปรียบ

...แต่การตัดกิ่งไม้โพธิ์ที่ขึ้นเบียดพระสถูปที่บรรจุพระธาตุ หรือพระปฏิมา ควร...

เขาจะอ้างแต่อรรถกถาแล้วก็ไปยกเอาพระสูตรอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาประกอบใส่ พูดพยัญชนะเยอะ แต่สาระไม่มี ไม่ได้เอาพระสูตรที่พระองค์ตรัสเรื่องบุคคลผู้เอกมาพูดเลย สังเกตดูว่าจะไม่เห็นพูดถึงเลย ที่จริงพระพุทธเจ้าตรัสเอกปุคคล ก็อธิบายความหมายอุทเทสิกเจดีย์ไปในตัวด้วย เพราะถ้าอ่านสูตรนี้เข้าใจ ก็จะเข้าใจความหมาย อุทเทสิกเจดีย์