พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๑๓] มานานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่นั้น คือ ที่รูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้ว หรือยังไม่ละแล้ว (ปหีนวาระ)
83/592/1583/474/22
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๗๓] เมื่อบุคคลจุติจากกามธาตุ เข้าถึงกามธาตุ บางคนมีอนุสัย 7 นอนเนื่องบางคนมีอนุสัย 5 นอนเนื่อง อนุสัยทั้งหลายที่ดับไป ย่อมไม่มี (ธาตุวาระ)
83/725/1283/574/3
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๗๔] เมื่อบุคคลจุติจากรูปธาตุ เข้าถึงอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย 7 นอนเนื่องบางคนมีอนุสัย 5 นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย 3 นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไปย่อมไม่มี
83/728/683/575/18
หัวข้อธรรม (1)
[๑๕๗๕] เมื่อบุคคลจุติจากอรูปธาตุ เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย 7 เท่านั้น นอนเนื่องอนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี (ธาตุวาระ)
83/730/1483/577/15
หัวข้อธรรม (1)
อนุสัยนี้ เป็นจิตตสัมปยุต เป็นไปกับด้วยอารมณ์ (รู้อารมณ์ได้) เป็นสาเหตุกะเพราะอรรถว่ามีปัจจัยปรุงแต่ง (อ.อนุสยยมก)
83/753/1483/595/7
หัวข้อธรรม (1)
กามราคานุสัยเกิดในเวทนาทั้ง 2 คือ สุขเวทนา และอุเบกขาเวทนาในกามาวจรภูมิ (อ.อนุสยยมก)
83/755/1183/596/12
หัวข้อธรรม (1)
พระศาสดา ย่อมไม่ตรัสถึงธรรมทั้งปวงในที่ทั้งปวง เว้นแต่ธรรมใดย่อมหยั่งเห็นได้ด้วยอำนาจแห่งสัตว์ที่พระองค์ ทรงแนะนำ เพื่อให้รู้ธรรม ก็ย่อมตรัสธรรมนั้นทั้งหมด (อ.อนุสยยมก)
83/758/483/598/7
หัวข้อธรรม (1)
โทมนัสของผู้มีฌานเสื่อมแล้ว เป็นเพียงโทมนัสเท่านั้น ไม่เป็นปฏิฆานุสัย (อ.อนุสยยมก)
83/761/1383/600/19
หัวข้อธรรม (1)
เมื่อบุคคลกำลังเข้าถึงกามธาตุ วิบากจิต และรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานย่อมเกิดแต่อกุศลจิตย่อมไม่เกิดในขณะนั้น ก็อนุสัยทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นในขณะแห่งอกุศลจิต ย่อมไม่เกิดขึ้นในขณะแห่งวิบากจิต (อ.อนุสยยมก)
83/779/383/612/23
หัวข้อธรรม (1)
[๔๕] ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลนั้นเกิดแล้ว ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดแล้วด้วยกำลังเกิดด้วย (นิทเทสวาระ)
83/815/783/640/22