พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๔๙๒] บุคคล 3 จำพวก คือ สัทธาธิมุตบุคคล กายสักขีบุคคล ทิฏฐิปัตตบุคคลพึงเป็นสัทธาธิมุตก็ได้ เป็นกายสักขีก็ได้ เป็นทิฏฐิปัตตะก็ได้ ด้วยสามารถแห่งวัตถุโดยปริยาย (วิโมกขกถา)
69/340/1569/336/21
หัวข้อธรรม (1)
[๔๙๙] การแทงตลอดสัจจะย่อมมีได้ด้วยอาการ 4 (วิโมกขกถา)
69/346/1669/342/18
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๐] บุคคลมนสิการโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง ย่อมได้อนิมิตตวิโมกข์ มนสิการโดยความเป็นทุกข์ เป็นผู้มากด้วยความสงบ ย่อมได้อัปปณิหิตวิโมกข์ มนสิการโดยความเป็น อนัตตา เป็นผู้มากด้วยความรู้ ย่อมได้สุญญตวิโมกข์ (วิโมกขกถา)
69/348/769/344/10
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๑] การเจริญวิโมกข์ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ปฏิบัติผิด (วิโมกขกถา)
69/349/169/345/1
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๔] เป็นสัทธาธิมุตด้วยสามารถแห่งอนิมิตตวิโมกข์ เป็นกายสักขีด้วยสามารถแห่งอัปปณิหิตวิโมกข์ เป็นทิฏฐิปัตตะด้วยสามารถแห่ง สุญญตวิโมกข์ (วิโมกขกถา)
69/351/1569/347/13
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๘] ปัญญาในความออกไป และความหลีกไปภายนอก และโคตรภูธรรม มีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น (วิโมกขกถา)
69/355/1869/351/11
หัวข้อธรรม (1)
[๕๐๙-๕๑๐] วิโมกข์ 3 ย่อมมีในขณะต่างกันด้วยอาการ 4 ย่อมมีในขณะเดียวกันด้วยอาการ 7 (วิโมกขกถา)
69/356/1169/352/6
หัวข้อธรรม (1)
[๕๑๖] การเจริญวิโมกข์ เป็นไฉน ? (วิโมกขกถา)
69/363/1069/358/12
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุรูปหนึ่งพิจารณาสังขารทั้งหลาย โดยความไม่เที่ยงแต่ต้นนั่นเอง เพราะเพียงพิจารณาด้วยความไม่เที่ยงเท่านั้น ยังไม่เป็นการออกไปแห่งมรรค ควรพิจารณาโดยความเป็นทุกข์บ้าง โดยความเป็นอนัตตาบ้าง เมื่อภิกษุนั้นปฏิบัติแล้วอย่างนี้ย่อมเป็นการออกไปแห่งมรรค (อ. วิโมกขุเทศ)
69/364/1669/359/18
หัวข้อธรรม (1)
มรรคย่อมได้ชื่อด้วยเหตุ 5 ประการ คือ ด้วยเป็นไปกับหน้าที่ ด้วยเป็นข้าศึกด้วยมีคุณ ด้วยอารมณ์ ด้วยการมา (อ. วิโมกขุเทศ)
69/365/1669/360/15