พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๗๐๙] “ ภิกษุพึงรู้คุณธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นภายในหรือภายนอก ไม่พึงทำความถือตัวด้วยคุณธรรมนั้น เพราะการทำความถือตัวนั้น อันผู้สงบทั้งหลายไม่กล่าวว่าเป็นความดับกิเลส ” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/290/1566/271/3
หัวข้อธรรม (1)
[๗๑๓] “ ภิกษุไม่พึงสำคัญว่าดีกว่าเขา ว่าตํ่ากว่าเขา หรือแม้ว่าเสมอเขา ด้วยคุณธรรมนั้น ภิกษุผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมเป็นอเนก ไม่พึงกำหนดตนดำรงอยู่” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/292/1566/272/22
หัวข้อธรรม (1)
[๗๑๘] “ ภิกษุพึงสงบกิเลส เป็นภายในนี้แหละ ไม่พึงแสวงหาความสงบโดยทางอื่นเมื่อภิกษุสงบกิเลสเป็นภายในแล้ว อัตตทิฏฐิ หรือนิรัตตทิฏฐิ ย่อมไม่มีแต่ที่ไหนๆ” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/294/166/273/25
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๘] พระพุทธเจ้า มีพระจักษุ แจ่มแจ้งด้วยพระจักษุ 5 ประการ คือ มังสจักษุทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ พุทธจักษุ สมันตจักษุ (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/298/666/278/6
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๘] พระพุทธเจ้าตรัสบอกกรรมฐานที่เหมาะแก่จริตทั้ง 6 (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/304/866/283/15
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๘] สิ่งอะไรๆ ในไตรโลกธาตุอันพระปัญญาจักษุของพระตถาคตนั้นไม่เห็นย่อมไม่มี (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/305/1066/284/14
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๙] อันตราย 2 อย่าง คือ อันตรายปรากฏ อันตรายปกปิด , ที่ชื่อว่า อันตรายเพราะอรรถว่า ครอบงำเป็นไปเพื่อความเสื่อม เป็นที่อยู่แห่งอกุศลธรรมทั้งหลาย. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/306/566/285/9
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๙] ความโลภ ความโกรธ ความหลง ย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/310/566/288/12
หัวข้อธรรม (1)
[๗๒๙] “ ราคะและโทสะมีอัตภาพนี้เป็นเหตุ เกิดแต่อัตภาพนี้ ไม่ยินดีกุศล ยินดีแต่กามคุณ ทำให้ขนลุก วิตกทางใจ ตั้งขึ้นแต่อัตภาพนี้แล้วผูกจิตไว้ เหมือนพวกเด็กผูกกาที่ข้อเท้าไว้ฉะนั้น” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/311/1666/289/19
หัวข้อธรรม (1)
[๗๓๒] “ ภิกษุไม่พึงเป็นผู้โลเลด้วยจักษุทั้งหลาย พึงป้องกันหูจากคามกถา ไม่พึงติดใจในรส ไม่พึงยึดถือ สังขารอะไรๆ ว่าของเราในโลก” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/313/1066/291/6