พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๖๙๑] “ มุนีละอาสวะอันมีในก่อน ไม่ทำอาสวะใหม่ ไม่เป็นผู้ดำเนินไปด้วยความพอใจ ทั้งไม่เป็นผู้กล่าวด้วยความถือมั่น มุนีนั้นเป็นธีรชน พ้นขาดแล้วจากทิฏฐิทั้งหลาย ไม่เป็นผู้ติเตียนตน ย่อมไม่ติดอยู่ในโลก” (มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/254/1666/236/6
หัวข้อธรรม (1)
[๖๙๖] “ มุนีนั้น กำจัดเสนาแล้วในธรรมทั้งปวง คือ ในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยินในอารมณ์ที่ทราบ มุนีนั้น เป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว พ้นขาดแล้ว ไม่มีกำหนด ไม่เข้าไปยินดี ไม่มีความปรารถนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าดังนี้” (มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/257/1866/239/2
หัวข้อธรรม (1)
[๖๙๗] มารเสนา 10 ได้แก่ กิเลสกาม ความไม่ยินดี เป็นต้น. (มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/258/1166/239/17
หัวข้อธรรม (1)
[๖๙๘] ภาระ 3 อย่าง คือ ขันธภาระ กิเลสภาระ อภิสังขารภาระ. (มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/259/1366/240/14
หัวข้อธรรม (1)
[๖๙๘] มุนี มี 6 จำพวก คือ อาคารมุนี อนาคารมุนี เสขมุนี อเสขมุนี ปัจเจกมุนี มุนิมุนี (มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/261/2066/242/16
หัวข้อธรรม (1)
ตัณหาที่บุคคลเสพเป็นอาจิณ ย่อมเพิ่มความทะเยอทะยานหนักขึ้น ไม่เพียงความอยากอย่างเดียว แม้ความหวั่นไหวก็ย่อมมีในเพราะวัตถุทั้งหลายที่กำหนดไว้แล้ว (อ.มหาวิยูหสุตตนิทเทส)
66/270/666/250/24
หัวข้อธรรม (1)
[๗๐๑] ปุจฉา 3 อย่าง 12 หมวด (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/277/666/258/10
หัวข้อธรรม (1)
[๗๐๑] พระพุทธเจ้าปรากฏโดยโคตรพระอาทิตย์ (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/279/2266/260/19
หัวข้อธรรม (1)
[๗๐๕] “ภิกษุพึงกำจัดบาปธรรมทั้งปวง คือ กิเลสที่เป็นรากเหง้าแห่งส่วนธรรมเครื่องเนิ่นช้า และอัสมิมานะ ด้วยปัญญา ก็ตัณหาอย่างใดอย่างหนึ่งที่มี ณ ภายในภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาเพื่อกำจัดซึ่งตัณหาเหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ”. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/284/166/265/1
หัวข้อธรรม (1)
[๗๐๘] คำว่า ภิกษุ พึงเป็นผู้มีสติในกาลทุกเมื่อ (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/287/866/268/2