พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๓๗๔-๓๘๐] การเจริญโพชฌงค์ 7 (สีลสูตร)
30/195/1130/192/2
หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๑-๓๘๒] เมื่อภิกษุเจริญโพชฌงค์ 7 แล้วกระทำให้มากแล้ว พึงได้ผลานิสงส์ 7 ประการ (สีลสูตร)
30/197/130/193/11
หัวข้อธรรม (1)
บรรพชิตที่บวชตามพระมหากัสสปเถระ คราวแรกมีประมาณ แสนรูป พวก บวชตามพระมหินทเถระกำหนดนับไม่ได้ (อ.สีลสูตร)
30/200/130/196/3
หัวข้อธรรม (1)
พระอนาคามี 48 จำพวก (อ.สีลสูตร)
30/201/1630/197/18
หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๓-๓๘๙] พระสารีบุตรประสงค์ จะอยู่ด้วยโพชฌงค์ ข้อใดๆ ในเวลาใด ก็ได้ ด้วยความชานาญ ถ้าสติสัมโพชฌงค์ มีอยู่แก่ท่าน สติสัมโพชฌงค์นั้น หาประมาณมิได้ เมื่อยังตั้งอยู่ก็รู้ เคลื่อนไปก็รู้ (วัตตสูตร)
30/202/930/198/7
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๐-๓๙๑] ที่เรียกว่า โพชฌงค์ เพราะเป็นไปเพื่อตรัสรู้. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไป ในการสละ ฯลฯ (ภิกขุสูตร)
30/205/1230/201/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๓] เมื่อภิกษุเจริญโพชฌงค์ 7 ประการนี้ จิตย่อมหลุดพ้นแม้จาก กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ แล้วย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้น แล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ทา ทาเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี (ภิกขุสูตร)
30/206/130/201/12
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๔] พระตถาคตมีวิชชา และวิมุตติ เป็นผลานิสงส์อยู่ (กุณฑลิยสูตร)
30/207/1330/202/21
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๕-๓๙๙] โพชฌงค์ 7 อันบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและ วิมุตติให้บริบูรณ์ สติปัฏฐาน 4 อันบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมยัง โพชฌงค์ 7 ให้บริบูรณ์ สุจริต 3 อันบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมยัง สติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์ อินทรีย์สังวรอันบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมยัง สุจริต 3 ให้บริบูรณ์ (กุณฑลิยสูตร)
30/207/1530/203/2
หัวข้อธรรม (1)
เมื่อไม่ให้ส่วนกาย และวาจาหวั่นไหว เมื่ออารมณ์อันน่าปรารถนา มาสู่คลอง ในจักขุทวารครั้งแรก แต่ยังความโลภให้เกิดขึ้นในอารมณ์นั้น จัดเป็นมโนทุจริต เมื่อพูดด้วยจิตประกอบด้วยความโลภ ว่าสิ่งนี้น่าปรารถนา จัดเป็นวจีทุจริต เมื่อเอามือจับต้อง จัดเป็นกายทุจริต (อ.กุณฑลิยสูตร)
30/212/1130/207/9