พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๑] อริยสาวกผู้ได้สดับรู้ชัดซึ่งรูป รู้ชัดซึ่งความเกิดรูป รู้ชัดซึ่งความดับรูป รู้ชัดซึ่งปฏิปทาอันให้ถึงความดับรูป... นี้เรียกว่า วิชชา (วิชชาสูตร)
27/375/727/355/12
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๒] หากว่าภิกษุแสดงธรรมเพื่อ ความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อความ ดับขันธ์ 5 ควรเรียกว่า ภิกษุธรรมกถึก (ธรรมกถิกสูตรที่ ๑)
27/376/727/356/9
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๓] หากว่าภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อความดับ แห่งขันธ์ 5 ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม (ธรรมกถิกสูตรที่ ๒)
27/377/1027/357/15
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๔] ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมเป็นผู้ถูกเครื่องจองจำ คือ ขันธ์ 5 จองจำไว้แล้ว (พันธนสูตร)
27/378/1127/359/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๖] ภิกษุพึงพิจารณาเห็น ขันธ์ 5 ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงว่านั่น มิใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่เป็นอัตตาของเรา ดังนี้ (ปริมุจจิตสูตรที่ ๑)
27/380/1327/361/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๗] ว่าด้วยการพิจารณาเห็นขันธ์ 5 เพื่อความหลุดพ้น (ปริมุจจิตสูตรที่ ๒)
27/381/1027/362/4
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๘] ขันธ์ 5 ชื่อว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์, ความกำหนัดด้วยอำนาจ ความพอใจในขันธ์ 5 ชื่อว่า สังโยชน์ (สังโยชนสูตร)
27/382/327/362/17
หัวข้อธรรม (1)
[๓๐๙] ขันธ์ 5 ชื่อว่า ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน, ความกำหนัดด้วยอำนาจ ความพอใจในขันธ์ 5 ชื่อว่า อุปาทาน (อุปาทานสูตร)
27/382/1327/363/8
หัวข้อธรรม (1)
[๓๑๐-๓๑๔] ภิกษุผู้มีศีล ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคายโดย ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความ คับแค้น เป็นอาพาธ เป็นอื่น เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นอนัตตา แม้พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ก็พึงทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้ (สีลสูตร)
27/383/327/364/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๑๗] แม้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ก็ควรทำอุปาทาน ขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย เพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และเพื่อสติสัมปชัญญะเท่านั้น (สุตวาสูตร)
27/387/1327/368/1