พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 123 (เล่ม 86)

ปัจจนียานุโลมนัย
[๑๓๔๔] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ. . .
ในอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ในสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ. . . ฯลฯ มี
อวิคตปัจจัย มี ๑๒ วาระ.
เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ . . . ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
พึงนับเหมือนการนับในปัจจนียานุโลม ในกุสลติกะ.
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
ปัจจยวาระ จบ

123
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 124 (เล่ม 86)

นิสสยวาระ
อนุโลมนัย
เหตุปัจจัย
[๑๓๔๕] วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ.
การนับจำนวนวาระในนิสสยวาระ
[๑๓๔๖] ในเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฯลฯ
ในนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ. . . ในโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ.
เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ. . . ในนวิปปยุตต-
ปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ. . . ในอวิคต-
ปัจจัย มี ๑๒ วาระ.
นิสสยวาระ จบ

124
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 125 (เล่ม 86)

สังสัฏฐวาระ
อนุโลมนัย
เหตุปัจจัย
[๑๓๔๗] วิปากธรรม เจือกับวิปากธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ฯลฯ
ทุกบท พึงแจกให้พิสดาร.
การนับจำนวนวาระในอนุโลม
[๑๓๔๘] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
ในอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ในอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ในสมนันตรปัจจัย
มี ๓ วาระ ในสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
นิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปัจจัย
มี ๓ วาระ ในอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ ในกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ในอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ ในอินทริยปัจจัย มี ๓
วาระ ในฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ในมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ในสัมปยุตตปัจจัย
มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ใน
นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ ในวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ.
พึงนับจำนวนวาระ เหมือนในกุสลติกะ.
อนุโลมนัย จบ

125
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 126 (เล่ม 86)

ปัจจนียนัย
[๑๓๔๙] วิปากธรรม เจือกับวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ เจือกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ เจือกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น.
พึงแจกทุกบท.
การนับจำนวนวาระในปัจจนียะ
[๑๓๕๐] ในนเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ ในนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ในนอาเสวน-
ปัจจัยมี ๓ วาระ ในนกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ ในนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ
ในนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ ในนมัคคปัจจัย มี ๒ วาระ ในนวิปปยุคคปัจจัย
มี ๓ วาระ.
พึงนับเหมือนในปัจจนียะ ในกุสลติกะ
ปัจจนียนัย จบ
อนุโลมปัจจนียนัย
[๑๓๕๑] เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ. . .ฯลฯ
ในนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ.
พึงนับเหมือนในอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลติกะ
อนุโลมปัจจนียนัย จบ

126
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 127 (เล่ม 86)

ปัจจนียานุโลม
[๑๓๕๒] เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ. . .ฯลฯ
ในมัคคปัจจัยมี ๑ วาระ ในอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
พึงนับเหมือนในปัจจนียานุโลม ในกุสลติกะ
ปัจจนียานุโลมนัย จบ
สังสัฏฐวาระ จบ

127
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 128 (เล่ม 86)

สัมปยุตตวาระ
อนุโลมนัย
เหตุปัจจัย
[๑๓๕๓] วิปากธรรม ประกอบกับวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ประกอบกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากขันธ์ เกิดขึ้น.
การนับจำนวนวาระในสัมปยุตตวาระ
ในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ ฯลฯ.
ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ.
เพราะเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ.
เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ.
สัมปยุตตวาระ จบ

128
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 129 (เล่ม 86)

ปัญหาวาระ
อนุโลมนัย
๑. เหตุปัจจัย
[๑๓๕๔] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วยอำนาจ
ของเหตุปัจจัย
คือ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจ
ของเหตุปัจจัย.
๒. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม-
ธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของเหตุ
ปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ด้วยอำนาจของ
เหตุปัจจัย.
๓. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรมและเนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
คือ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วย
อำนาจของเหตุปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป
ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.

129
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 130 (เล่ม 86)

[๑๓๕๕] ๔. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วย
อำนาจของเหตุปัจจัย.
๕. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วย
อำนาจของเหตุปัจจัย.
๖. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-
สมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
[๑๓๕๖] ๗. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย.
๒. อารัมมณปัจจัย
[๑๓๕๗] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย

130
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 131 (เล่ม 86)

คือ บุคคลพิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภวิบากขันธ์นั้น
ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่อกุศล อกุศล-
ดับแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น.
๒. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระเสกขบุคคล พิจารณาผล, พิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภวิบากขันธ์นั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น, ย่อมรู้จิตของ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิปากจิต ด้วยเจโตปริยญาณ.
วิบากขันธ์ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๓. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระอรหันต์ พิจารณาผล พิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ย่อมรู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยวิปากจิต ด้วยเจโตปริยญาณ.
วิบากขันธ์ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

131
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 132 (เล่ม 86)

[๑๓๕๘] ๔. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณากุศลนั้น,
พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ในกาลก่อน, ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน, พระ-
เสกขบุคคลพิจารณาโคตรภู, พิจารณาโวทาน.
พระเสกขบุคคลออกจากมรรคพิจารณามรรค.
พระเสกขบุคคลพิจารณากิเลสที่ละแล้ว, พิจารณากิเลสที่ข่มไว้แล้ว,
รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน, พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ย่อมเพลินเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภขันธ์นั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น, ย่อมรู้จิตของบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยวิปากธัมมธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกุศล ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย.
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกุศล
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริย-
ญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๕. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย

132