พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 133 (เล่ม 86)

คือ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภขันธ์นั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่อกุศล อกุศลดับแล้ว
ตทารัมมณจิต อันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น.
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนวิบาก ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย.
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนวิบาก
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๖. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจยัแก่เนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระอรหันต์ ออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณากุศลธรรม
ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน พระอรหันต์พิจารเนากิเลสที่ละแล้ว รู้กิเลสที่
เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยวิปากธัมมธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยา ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย.
อากิญจญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพ-
นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

133
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 134 (เล่ม 86)

[๑๓๕๙] ๗. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ พระอรหันต์พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ รู้จิต
ของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยเจโต-
ปริยญาณ.
อากาสานัญจายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยา ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย.
อากิญจัญญายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนา-
คตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๘. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผล ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

134
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 135 (เล่ม 86)

พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น, เมื่อ
กุศลและอกุศล ดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น พระเสกขะ
หรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศล
ดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น.
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
๙. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
คือ พระเสกขะ พิจารณานิพพาน. นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู. แก่
โวทาน แก่มรรค ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุนั้น
ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นเนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วย
เจโตปริยญาณ.

135
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 136 (เล่ม 86)

ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่
เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย.
๓. อธิปติปัจจัย
[๑๓๖๐] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบาก
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๒. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสกขะ กระทำผลให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำวิบากขันธ์ให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำวิบากขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว
ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๓. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์ กระทำผลให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.

136
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 137 (เล่ม 86)

ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัย
แก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๔. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม และ
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบาก
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๓๖๑] ๕. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษา
อุโบสถแล้ว กระทำกุศลนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำ
กุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วในกาลก่อน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจาร-
ณา, ออกจากฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
พระเสกขะกระทำโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา,
กระทำโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
พระเสกขะออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้ว พิจารณา.
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก-
แน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.

137
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 138 (เล่ม 86)

ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิปากธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์ ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๖. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์ออกจากมรรค กระทำ
มรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิปากธัมมธรรม
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๗. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็น
วิปากธัมมธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย.
[๑๓๖๒] ๘. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์กระทำนิพพานให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.

138
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 139 (เล่ม 86)

ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของ
อธิปติปัจจัย.
๙. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัย
แก่ผล ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
๑๐. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระเสกขะกระทำ
นิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู, แก่โวทาน แก่มรรค ด้วยอำนาจ
ของอธิปติปัจจัย.
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ โสตะ ฯ ล ฯ
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมม-
ธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๕. อนันตรปัจจัย
[๑๓๖๓] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วย
อำนาจของอนันตรปัจจัย

139
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 140 (เล่ม 86)

คือ วิบากขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ
ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
ปัญจวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบาก ด้วยอำนาจของ
อนันตรปัจจัย.
มโนธาตุที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบาก ด้วย
อำนาจของอนันตรปัจจัย.
๒. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม-
ธรรม ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ ภวังค์ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิต ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยา
ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
[๑๓๖๔] ๓. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
วิปากธัมมธรรมที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู.
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน.
โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค.
โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.

140
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 141 (เล่ม 86)

๔. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วย
อำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจ
ของอนันตรปัจจัย.
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล.
อนุโลมของพระเสกขะ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ.
เนวสัญญานาสัญญายตนกุศลของพระอริยบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็น
ปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
[๑๓๖๕] ๕. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิ-
ปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของอนันตร-
ปัจจัย.
๖. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธรรม ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ ด้วยอำนาจของอนันตร-
ปัจจัย.
ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วย
อำนาจของอนันตรปัจจัย.

141
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 142 (เล่ม 86)

อนุโลมของพระอรหันต์ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ.
เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาของพระอรหันต์ ผู้ออกจากนิโรธ เป็น
ปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย.
๗. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย
คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจ
ของอนันตรปัจจัย.
๕. สมนันตรปัจจัย
[๑๓๖๖] วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย ฯลฯ
เหมือนอนันตรปัจจัย.
๖. สหชาตปัจจัย
๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของสหชาต-
ปัจจัย ฯลฯ มี ๓ วาระ.
[๑๓๖๗] ๔. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ.

142