บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นเหตุยา คือ วาระ ๑๕ ที่ได้ด้วย
สามารถแห่งปัจจัยทั้งหลายตามที่แสดงไว้ แม้ทั้งหมด. ใน นอารัมมณะ
เหตุปัจจัยย่อมผนวกเข้าในสหชาตปัจจัย. ในวาระนั้น ๆ อารัมมณปัจจัย
ล้วน ๆ ย่อมขาดไป. วาระเหล่านั้นย่อมได้วิสัชนาด้วยอำนาจแห่งปัจจัย
ที่เหลือ. แม้ในปัจจัยที่เหลือก็เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย. เหตุปัจจัยย่อม
ได้ในสหชาตปัจจัย. ก็ปัจจัยทั้งหลายที่ตั้งอยู่ด้วยปัจจนียะอย่างนี้ คือ
นอุปนิสฺสเย นอนนฺตเร (ปัจจัยนั้นๆ) ย่อมขาดไปในวาระนั้น ๆ. วาระ
เหล่านั้น ๆ ย่อมได้รับวิสัชนาด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือ. ส่วนในนสหชาต-
ปัจจัย ๔ วาระเหล่านั้นย่อมขาดไป คือ กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลและ
อัพยากตะ อกุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลและอัพยากตะ, กุศลและ
อัพยากตธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศล. อกุศลและอัพยากตธรรมเป็นปัจจัยแก่
อกุศล (กุ-กุ. อัพ,อกุ-อกุ.อัพ,กุ.อัพ-กุ, อกุ. อัพ-อกุ.) จริงอยู่ ท่าน
กล่าวปัจจัยสังคหะหมวด ๑ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัย ๑๑ ว่า สหชาตปจฺจ-
เยน ปจิจโย ในวาระ ๒ ข้อต้น แห่งวาระ ๔ เหล่านี้ เมื่อปัจจัยสังคหะ
นั้นถูกปฏิเสธไป วาระเหล่านั้นย่อมไม่ได้รับวิสัชนาโดยอาการอื่น. คำว่า
สหชาตํ ปุเรชาตํ ท่านกล่าวหมายเอานิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัยใน
วาระ ๒ ข้างท้าย เมื่อสหชาตปัจจัยถูกปฏิเสธไป วาระเหล่านั้นย่อมไม่ได้
วิสัชนาด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่เหลือ มีเหตุปัจจัยเป็นต้น และไม่ได้
ปุเรชาตปัจจัย นิสสยะ อัตถิ อวิคตปัจจัยด้วย เพราะฉะนั้น วาระทั้ง ๔
เหล่านี้จึงขาดไป. คำว่า เอกาทส (๑๑ วาระ) ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจ
แห่งวาระที่เหลือ.