อุปนิสสยปัจจัย โดยลักษณะแห่งอารัมมณูปนิสสยะ. ที่ไม่ได้เป็นอธิบดี
ย่อมเป็นอารัมมณปัจจัยล้วน.
แม้กัมมปัจจัยก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งสหชาตกัมมปัจจัย และ
นานักขณิกกัมมปัจจัย ใน ๒ อย่างนั้น สหชาตกัมมปัจจัย ย่อมรวมลงใน
สหชาตปัจจัย เพราะเป็นกัมมปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตน.
นานักขณิกกัมมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ ทีมีกำลัง และทุรพล. ใน ๒ อย่าง
พลวกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยเป็นที่อาศัยอย่างแรงกล้าแก่วิบากธรรมทั้งหลาย
เพราะฉะนั้น จึงรวมในลงในอุปนิสสยปัจจัย. อนึ่ง พลวกัมมปัจจัยย่อม
เป็นปัจจัย แก่รูปทั้งหลายด้วย. ส่วนกัมมปัจจัยที่หย่อนกำลังย่อมเป็นปัจจัย
แก่อรูปทั้งหลายโดยนักขณิกกัมมปัจจัยเท่านั้น.
แม้อาหารปัจจัยก็มี ๒ อย่าง โดยเป็นรูปและอรูป. ใน ๒ อย่าง
นั้น อรูปอาหารเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับตนเท่านั้น ฉะนั้น
จึงรวมลงในสหชาตปัจจัย. รูปอาหารย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลาย
ที่เกิดพร้อมกัน เกิดก่อนหรือเกิดภายหลัง. รูปอาหารที่เลยอุปาทขณะแล้ว
ถึงฐิติขณะของตน ย่อมยังความเป็นอาหารปัจจัยให้สำเร็จ เพราะฉะนั้น
จึงจัดเป็นอาหารปัจจัยเท่านั้น.
แม้อินทริยปัจจัยก็มี ๒ อย่าง โดยเป็นรูปและอรูป. ใน ๒ อย่าง
นั้น อินทริยปัจจัยที่เป็นอรูป ย่อมให้สำเร็จความเป็นอินทริยปัจจัย แก่
ธรรมทั้งหลายที่เกิดพร้อมกับกับตน เพราะฉะนั้น จึงรวมลงในสหชาต-
ปัจจัย ส่วนรูปอินทริยปัจจัย มี ๒ อย่าง โดยจำแนกเป็นภายในและ
ภายนอก ใน ๒ อย่างนั้น อินทริยปัจจัยภายในเกิดขึ้นก่อน เป็นอินทริย-
ปัจจัยแก่จักขุวิญญาณเป็นต้น พร้อมทั้งธรรมที่สัมปยุตอันเกิดขึ้นใน