อัพยากตะ คือกัมมชรูป อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะที่เกิดพร้อม
กัน. คำว่า นวิปฺปยตฺตปจฺจยา ฯเปฯ นอุปนิสฺสเย ตีณิ คือ วาระ ๓
มีกุศลเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วใน
หนหลัง.
คำว่า โนอตฺถิปจฺจยา นเหตุยา นว คือ วาระ ๙ ที่ท่านกล่าวว่า
เกิดเพราะนเหตุปัจจัย ในโนอัตถิปัจจัย. จริงอยู่ วาระเหล่านั้น ทั้งหมด
วาระหนึ่งซึ่งมีมูลหนึ่งเป็นที่สุด ย่อมได้ด้วยอำนาจอนันตรปัจจัยและปกตู-
ปนิสสยปัจจัย.
แม้สองบทว่า นอารมฺมเณ นว ความว่า ผู้ศึกษาพึงตั้งวาระเหล่า-
นั้นแหละไว้ในนอารัมมณปัจจัย แล้วแบ่งอุปนิสสยปัจจัยออกเป็น ๒.
สองบทว่า ยาว นิสฺสยมฺปิ ความว่า ในนัยที่มีโนอัตถิปัจจัยเป็นมูล ผู้
ศึกษาพึงตั้งไว้ในนอารัมมณปัจจัย ด้วยการหมุนเวียนอย่างนี้ คือ โน-
อตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา ไปจนถึง นิสสยปัจจัย
แล้ว พึงแต่งวิสัชนา ๒ วาระ ในอุปนิสสยปัจจัย กับด้วยปัจจัย
อย่างนี้ หรือปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง มีนอธิปติปัจจัยเป็นต้น ถัดจากนี้
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งลักษณะอย่างนี้แล้ว ทรงถือเอาปัจจัย ๗
ตั้งแต่นอารัมมณปัจจัยจนถึงนนิสสยปัจจัยอีก แล้วตรัสว่า นอุปนิสฺสเย
เทฺว ในข้อนั้นผู้ศึกษาพึงแต่งโยชนาจากนารัมมณปัจจัยกับบททั้งปวง มี
นนิสสยปัจจัยเป็นที่สุดทั้งข้างหน้าและข้างหลังอย่างนี้ คือ โนอตฺถิปจฺจยา
นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา นอุปนิสฺสเย เทว, โนอตฺถิปจฺจยา
นเหตนารมฺมณนาธิปติปจฺจยา นอุปนิสฺสเย เทฺว. ก็บทว่า เทฺว ในอธิการ