๕. เพราะปรารภโทมนัส โทมนัส ทิฏฐิ วิจิกิจฉา และ
อุทธัจจะ ย่อมเกิดขึ้น.
[๔๙๑] ๕. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
คือ ๑. พระเสขบุคคลพิจารณากิเลสที่ละแล้ว, พิจารณากิเลสที่ข่ม
แล้ว, ย่อมรู้กิเลสที่เคยเกิดมาแล้วในกาลก่อน.
๒. พระเสขบุคคลหรือปุถุชนก็ตาม เห็นแจ้งอกุศล โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ย่อมรู้จิตของบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอกุศลจิต ด้วยเจโตปริยญาณ.
๓. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะ๑
ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๔๙๒] ๖. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของอารัมมณปัจจัย
คือ ๑. พระอรหันต์พิจารณากิเลสที่ละแล้ว, รู้กิเลสที่เคยเกิดมา
แล้วในกาลก่อน ๆ, ย่อมพิจารณาเห็นแจ้งอกุศลธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อกุศลจิต ด้วยเจโตปริยญาณ.
๒. พระเสขะหรือปุถุชนก็ตาม พิจารณาเห็นแจ้งอกุศล โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เมื่ออกุศลดับไปแล้ว
ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบากย่อมเกิดขึ้น.
๑. บาลีเกิน เพราะอาวัชชะเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล.