พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 121 (เล่ม 85)

อวิคตปัจจัย เหมือนกับอัตถิปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้
โดยภาวะที่ปัจจัยอย่างเดียวเป็นปัจจัยได้หลายอย่าง ในอธิการนี้ ดัง
พรรณนามาแล้ว.
๔. บทว่า โดยเป็นปัจจัยที่สภาคกัน ความว่า จริงอยู่
ในปัจจัย ๒๔ นี้ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย
อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย เป็นสภาคกัน. อนึ่ง อารัมมณ-
ปัจจัย อารัมมณาธิปติปัจจัย และอารัมมณูปนิสสยปัจจัย ก็เป็นสภาคกันแล.
พึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วยอำนาจของปัจจัยที่เป็นสภาคกันในอธิการนี้ ด้วย
อุบายนี้.
๕. บทว่า โดยเป็นปัจจัยที่เป็นวิสภาคกัน ความว่า ก็บรรดา
ปัจจัยเหล่านี้ ปุเรชาตปัจจัยเป็นวิสภาคกับปัจฉาชาตปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย
เป็นวิสภาคกับวิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัยเป็นวิสภาคกับนัตถิปัจจัย วิคต-
ปัจจัยเป็นวิสภาคกับอวิคตปัจจัย. พึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วยอำนาจของปัจจัย
ที่เป็นวิสภาคกันในอธิการนี้ โดยอุบายนี้.
๖. บทว่า โดยเป็นปัจจัยที่เป็นคู่กัน มีอธิบายว่า ผู้ศึกษาพึง
ทราบวินิจฉัยด้วยอำนาจของปัจจัยที่เป็นคู่กันในปัจจัยเหล่านี้ ด้วยเหตุเหล่า
นี้คือโดยความที่มีอรรถเหมือนกัน มีศัพท์เหมือนกัน มีกาลที่ผิดกัน เป็น
เหตุและเป็นผลกัน และเป็นปฏิปักษ์ต่อกันและกัน
จริงอยู่ อนันตรปัจจัย กับสมนันตรปัจจัย จัดเป็นคู่หนึ่ง เพราะ
มีเนื้อความเหมือนกัน.
นิสสยปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย จัดเป็นคู่หนึ่ง เพราะมีศัพท์
เหมือนกัน .

121
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 122 (เล่ม 85)

ปุเรชาตปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัย จัดเป็นคู่หนึ่ง เพราะมีกาลเป็น
ปฏิปักษ์กัน.
กัมมปัจจัย กับวิปากปัจจัย จัดเป็นคู่หนึ่ง เพราะเป็นเหตุและเป็น
ผลกัน.
สัมปยุตตปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย จัดเป็นคู่หนึ่ง เพราะเป็น
ปฏิปักษ์ซึ่งกันและกัน.
อัตถิปัจจัย กับนัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย กับอวิคตปัจจัยก็เหมือนกัน
อย่างนั้น. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วยอำนาจปัจจัยที่เป็นของคู่กันใน
อธิการนี้ ดังกล่าวมาแล้ว.
๗. บทว่า โดยเป็นชนกปัจจัย และอชนกปัจจัย ความว่า
ก็บรรดาปัจจัยเหล่านี้ ปัจจัยนี้คืออนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อนันตรูป-
นิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย และอาเสวนปัจจัย นานักขณิกกัมมปัจจัย
นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย จัดเป็นชนกปัจจัยอย่างเดียว ไม่เป็นอชนกปัจจัย.
ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นฝ่ายอุปถัมภ์เท่านั้น ไม่เป็นชนกปัจจัย. ปัจจัยที่เหลือ
เป็นชนกับปัจจัย อชนกปัจจัยและอุปถัมภ์ปัจจัย. พึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วย
อำนาจของปัจจัย ที่เป็นชนกปัจจัยและอชนกปัจจัยในอธิการนี้ ดังพรรณนา
มาแล้ว.
๘. บทว่า โดยเป็นปัจจัยที่เข้ากับธรรมทั้งหมด และไม่ทั้งหมด
ความว่า ในปัจจัยเหล่านี้ สหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย และ
อวิคตปัจจัย ชื่อว่าเข้าได้กับธรรมทั้งหมด (สพฺพฏฺฐานิก). อธิบายว่า
เป็นที่ตั้ง เป็นเหตุแห่งรูปธรรมและอรูปธรรม ที่เป็นสังขตะทั้งหมด

122
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 123 (เล่ม 85)

อธิบายว่า ธรรมแม้อย่างหนึ่งเมื่อเกิดขึ้น เว้นจากปัจจัยเหล่านี้ย่อมไม่มี.
อารัมมณะ อารัมมณาธิปติ อนันตระ สมนันตระ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูป-
นิสสยะ อาเสวนะ สัมปยุต นัตถิ และวิคตปัจจัย ชื่อว่าปัจจัยที่เข้าได้กับ
ธรรมไม่หมด (อสพฺพฏฺฐานิก) เพราะไม่เป็นที่ตั้งแห่งรูปธรรมและอรูป-
ธรรมทั้งหมด อธิบายว่า เป็นที่ตั้งเป็นเหตุแห่งอรูปขันธ์ทั้งหลายเท่านั้น.
จริงอยู่ อรูปธรรมเท่านั้นย่อมเกิดเพราะปัจจัยเหล่านี้ รูปธรรมหาเกิดขึ้น
ไม่. แม้ปุเรชาตปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย ชื่อว่าปัจจัยที่เข้าไม่ได้กับ
ธรรมทั้งหมด (อสพฺพฏฺฐานิก) เพราะเป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปขันธ์และ
รูปขันธ์เท่านั้นตามลำดับ. แม้ปัจจัยที่เหลือจากที่กล่าวแล้วก็ชื่อว่าประกอบ
ไม่ได้ทุกแห่ง เพราะเป็นเหตุแห่งการเกิดขึ้นของรูปธรรมและอรูปธรรม
บางพวก. พึงทราบวินิจฉัยแม้ด้วยอำนาจของปัจจัยที่เข้าได้ทุกแห่ง และ
เข้าไม่ได้ทุกแห่งในอธิการนี้ ดังพรรณนามาแล้ว.
๙. บทว่า โดยการกำหนดว่า รูปเป็นปัจจัยแก่รูปเป็นต้น
ความว่า ก็ในปัจจัย ๒๔ เหล่านี้ แม้ปัจจัยอย่างหนึ่งที่เป็นรูปอย่างเดียว
จะชื่อว่าเป็นปัจจัยเฉพาะแก่รูปเท่านั้น ย่อมไม่มี. แต่ที่เป็นรูปโดยส่วน
เดียว เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปเท่านั้นมีอยู่.
ถามว่า ก็ปัจจัยอย่างนั้นคือปัจจัยไหน ? ตอบว่า ปุเรชาตปัจจัย.
จริงอยู่ ปุเรชาตปัจจัยเป็นรูปโดยแน่นอน (แต่) เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูป
เท่านั้น. ปัจจัยที่เป็นรูปอย่างเดียวชื่อว่าเป็นปัจจัยแก่รูปและอรูปไม่มี แต่
ที่เป็นอรูปอย่างเดียวเป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปเท่านั้นมีอยู่. ถามว่า ได้แก่
ปัจจัยไหน ? ตอบว่า ได้แก่ปัจจัย ๖ คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย

123
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 124 (เล่ม 85)

อาเสวนปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย. จริงอยู่
ปัจจัยทั้ง ๖ นั้นเป็นอรูปอย่างเดียว เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปเท่านั้น.
ปัจจัยที่เป็นอรูปอย่างเดียว เป็นปัจจัยเฉพาะแก่รูปเท่านั้นมีอยู่.
ถามว่า ได้แก่ปัจจัยไหน ? ตอบว่า ได้แก่ปัจฉาชาตปัจจัย. จริงอยู่
ปัจฉาชาตปัจจัยนั้นเป็นอรูปอย่างเดียว เป็นปัจจัยเฉพาะแก่รูปเท่านั้น.
ส่วนปัจจัยที่เป็นอรูปธรรมอย่างเดียว เป็นปัจจัยทั้งแก่รูปและอรูป
มีอยู่. ถามว่า ได้แก่ปัจจัยไหน ตอบว่า ได้แก่ปัจจัย ๕ คือ เหตุ-
ปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย. จริงอยู่
ปัจจัย ๕ ทั้งหมดนั้น เป็นอรูปอย่างเดียว เป็นปัจจัยแก่รูปธรรมก็ได้
อรูปธรรมก็ได้. แต่ปัจจัยที่เป็นทั้งรูปและอรูปโดยแน่นอน ชื่อว่าเป็น
ปัจจัยเฉพาะแก่รูปเท่านั้น ย่อมไม่มี แต่เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปมีอยู่
ถามว่า ได้แก่ปัจจัยไหน ? ตอบว่า ได้แก่อารัมมณปัจจัย และ
อุปนิสสยปัจจัย. จริงอยู่ ปัจจัยทั้งสองนี้เป็นทั้งรูปและอรูปแน่นอน (แต่)
เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปเท่านั้น.
อนึ่ง ปัจจัยที่เป็นทั้งรูปและอรูปโดยแน่นอน เป็นปัจจัยทั้งแก่รูป
และอรูปมีอยู่. ถามว่า ได้แก่ปัจจัยไหน ? ตอบว่า ได้แก่อธิปติปัจจัย
สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย
วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. จริงอยู่ ปัจจัยนั้นทั้งหมด
เป็นทั้งรูปและอรูป (และ) เป็นปัจจัยทั้งแก่รูปและอรูปด้วย. พึงทราบ
วินิจฉัยแม้โดยการกำหนดมีอาทิว่า รูปเป็นปัจจัยแก่รูปเป็นต้น ในอธิการนี้
ดังกล่าวมาแล้ว.

124
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 125 (เล่ม 85)

๑๐. บทว่า โดยการจำแนกโดยภพ ความว่า ก็บรรดาปัจจัย
๒๔ เหล่านี้ ใน ปัญจโวการภพก่อน ปัจจัยอะไร ๆ ที่ชื่อว่ามีไม่ได้
ย่อมไม่มี. ส่วนใน จตุโวการภพ ปัจจัย ๒๑ ที่เหลือ ย่อมมีได้ โดยนำ
ปัจจัย ๓ คือ ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และวิปปยุตตปัจจัย ออก
ใน เอกโวการภพ ย่อมได้ปัจจัย ๗ เหล่านั้น คือ สหชาตปัจจัย อัญญ-
มัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย อินทริยปัจจัย อัตถิปัจจัย และ
อวิคตปัจจัย. ส่วนในรูปที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ในภายนอก ย่อมได้ปัจจัย
๕ เท่านั้น คือ สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย.
พึงทรามวินิจฉัยแม้โดยการจำแนกโดยภพในอธิการนี้ ดังกล่าวมา
แล้วแล.
วรรณนาปัจจัยนิทเทสวาระ จบ

125
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 126 (เล่ม 85)

อนุโลมติกปัฏฐาน
๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาระ
ปฏิจจวารอุทเทส
(ปัณณัตติวาระ๑)
กุศลบท
[๒๖] ๑. กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ได้อย่างไร ?
๒. อกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้
อย่างไร ?
๓. อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรมและอกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๑. เรียกปุจฉาวาระก็ได้.

126
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 127 (เล่ม 85)

๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศล-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
อกุศลบท
[๒๗] ๑. อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ได้อย่างไร ?
๒. กุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้
อย่างไร ?
๓. อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรม และอกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรมเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศล-
ธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
อัพยากตบท
[๒๘] ๑. อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัยได้อย่างไร ?

127
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 128 (เล่ม 85)

๒. กุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้
อย่างไร ?
๓. อกุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรม และอกุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอัพยากต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
กุสลาพยากตบท
[๒๙] ๑. กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๒. อกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๓. อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และ
อัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?

128
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 129 (เล่ม 85)

๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และ
อัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรม และอกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอัพยากต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศล-
ธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
อกุสลาพยากตบท
[๓๐] ๑. กุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๒. อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๓. อัพยากตธรรม อาศัยขอกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม และ
อัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม และ
อัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรม และอกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม และ
อัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศล-
ธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?

129
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 130 (เล่ม 85)

กุสลากุศล
[๓๑] ๑. กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๒. อกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๓. อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และอกุศลธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๔. กุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และ
อกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๕. อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และ
อกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๖. กุศลธรรม และอกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม และอกุศล-
ธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๗. กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยกุศล-
ธรรม และอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
กุสลากุสลาพยากตบท
[๓๒] ๑. กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากต-
ธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?
๒. อกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากต-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยได้อย่างไร ?

130