พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 111 (เล่ม 85)

ธรรมอย่างเดียวเท่านั้น. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยภาวะที่ธรรมหลาย ๆ
อย่างเป็นปัจจัยอย่างเดียวกัน ในอธิการนี้อย่างนี้ก่อน.
๒. บทว่า โดยภาวะที่ธรรมอย่างเดียวเป็นปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
ความว่า ในเหตุปัจจัยก่อน ธรรมอย่างหนึ่งคือ อโมหะ ไม่เป็นเพียง
ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย ฌานปัจจัยเท่านั้น (แต่) เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจปัจจัย ๒๐ ที่เหลือ. อโลภะ และ อโทสะ แม้ไม่เป็นอินทริย-
ปัจจัยและมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ ที่เหลือ. โลภะ
โมหะ แม้ไม่เป็นวิปากปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๗ ที่เหลือ.
โทสะ แม้ไม่เป็นอธิปติปัจจัย ก็เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๖ ที่
เหลือ.
ใน อารัมมณปัจจัย รูปายตนะ เป็นปัจจัย ๔ อย่าง คืออารัมมณ-
ปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย แก่จักขุวิญญาณธาตุ
มโนธาตุ และอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ แต่ยังเป็นปัจจัยด้วยอำนาจของ
อารัมมณาธิปติปัจจัย และอารัมมณูปนิสสยปัจจัยอีก แก่สเหตุกมโน-
วิญญาณธาตุ. ผู้ศึกษาพึงทราบความที่อารัมมณปัจจัยธรรมทั้งหมด เป็น
ปัจจัยหลายอย่างโดยนัยนี้.
ใน อธิปติปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบความที่อารัมมณาธิปติเป็นปัจจัย
หลายอย่าง ตามนัยที่กล่าวแล้วในอารัมมณปัจจัย. ในธรรมที่เป็นสหชาตา-
ธิปติ วิมังสาธิปติ เป็นปัจจัย ๒๐ อย่าง เหมือนอโมหะเหตุ. ฉันทะ ไม่
เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย
ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๗ ที่เหลือ.
จิตตะ ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย ฌานปัจจัย และ

111
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 112 (เล่ม 85)

มัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๙ ที่เหลือ. วิริยะ ไม่เป็นเหตุ
ปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และฌานปัจจัย เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจปัจจัย ๙ ที่เหลือ.
ใน อนันตรปัจจัย บรรดาขันธ์ ๔ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้
โดยนัย เป็นต้นว่า " จกฺวิญฺญาณธาตุ ".
เวทนาขันธ์ ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหาร-
ปัจจัย และมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๙ ที่เหลือ.
สัญญาขันธ์ ไม่เป็นอินทริยปัจจัย และฌานปัจจัย เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจปัจจัย ๑๗ ที่เหลือ.
ใน สังขารขันธ์ เหตุ เป็นปัจจัยตามนัยที่กล่าวแล้วในเหตุปัจจัย
ฉันทะ และ วิริยะ เป็นปัจจัยตามนัยที่กล่าวแล้วในอธิปติปัจจัย.
ผัสสะ ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อินทริยปัจจัย
ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ ที่เหลือ.
เจตนา ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย
และมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๙ ที่เหลือ.
วิตก ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย
และอินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑ ที่เหลือ.
วิจาร ไม่เป็นมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ ที่เหลือ.
ปีติ เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑ เหล่านั้นเหมือนกัน.
เอกัคคตา ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย และ
อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๒๐ ที่เหลือ.

112
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 113 (เล่ม 85)

สัทธา ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย
ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ ที่เหลือ
สติ เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ คือปัจจัย ๑๘ เหล่านั้น และ
มัคคปัจจัย.
ชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๘ ที่กล่าวแล้วในสัทธา.
หิริ และ โอตตัปปะ เป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๗ ที่เหลือ โดย
เอาอินทริยปัจจัยออก.
เจตสิกที่เป็นคู่ ๆ กัน มี กายปัสสัทธิ เป็นต้น และบรรดา
เยวาปนกะ เจตสิกคือ อธิโมกข์ มนสิการ ตัตรมัชฌัตตตา กรุณา และ
มุทิตา ก็เหมือนกัน คือเป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัย ๑๗ เท่านั้น.
ส่วน วิรตีเจตสิก เป็นปัจจัย ๑๘ อย่าง คือปัจจัย ๑๗ เหล่านั้น
และมัคคปัจจัย.
มิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัย ๑๗ อย่าง โดยนำวิปากปัจจัยออก
มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ และ มิจฉาอาชีวะ เป็นปัจจัย ๑๙
อย่าง คือปัจจัย ๑๗ เหล่านั้น และกัมมปัจจัย กับอาหารปัจจัย
เจตสิกธรรมเหล่านี้คือ อริหิกะ อโนตตัปปะ มานะ ถีนะ มิทธะ
อุทธัจจะ ไม่เป็นเหตุปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย
อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย แต่เป็นปัจจัย
ด้วยอำนาจปัจจัย ๑๖ ที่เหลือ.
วิจิกิจฉา อิสสา มัจฉริยะ และ กุกกุจจะ เป็นปัจจัย ๑๕ อย่าง
โดยเอาอธิปติปัจจัยออกจากนั้น.

113
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 114 (เล่ม 85)

พึงทราบความที่ วิญญาณขันธ์ เป็นปัจจัยหลายอย่าง ตามนัยที่
กล่าวแล้วในอธิปติปัจจัย. แม้ในสมนันตรปัจจัยก็นัยนี้เหมือนกัน.
ใน สหชาตปัจจัย บรรดาขันธ์ ๔ ก่อน พึงทราบความที่ธรรม
หนึ่ง ๆ เป็นปัจจัยหลายอย่าง ตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นเอง.
มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัย ๙ อย่าง คืออารัมมณปัจจัย อารัมมณา-
ธิปติปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย
ปุเรชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย.
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัย ๑๐ อย่าง คือปัจจัย ๙ เหล่านั้น และ
วิปปยุตตปัจจัย.
ใน อัญญมัญญปัจจัย ไม่มีธรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน (คือเหมือนกับ
สหชาตปัจจัย).
ใน นิสสยปัจจัย จักขายตนะ เป็นต้น เป็นปัจจัย ๙ อย่าง คือ
อารัมมณปัจจัย อารัมมณาธิปติปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย
ปุเรชาตปัจจัย อินทริยปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคต-
ปัจจัย
ใน อุปนิสสยปัจจัย ไม่มีธรรมไม่เคยกล่าวมาก่อน.
ใน ปุเรชาตปัจจัย รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ และ
รสายตนะ เป็นปัจจัย ๖ อย่าง คือ อารัมมณปัจจัยย อารัมมณาธิปติปัจจัย
อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิตตปัจจัย ในปุเรชาต
ปัจจัยนี้มีคำที่ยังไม่ได้อธิบายเพียงเท่านี้.
ใน ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นต้น ไม่มีธรรมที่ยังไม่เคยมีมาก่อน.

114
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 115 (เล่ม 85)

ใน อาหารปัจจัย กพฬีการาหารเป็นปัจจัย ๖ อย่าง คืออารัมมณ-
ปัจจัย อารัมมณาธิปติปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย อาหารปัจจัย อัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย.
ใน อินทริยปัจจัย เป็นต้น ไม่มีธรรมที่ยังไม่เคยมีมา, ผู้ศึกษาพึง
ทราบวินิจฉัย แม้โดยภาวะที่ธรรมอย่างเดียว เป็นปัจจัยได้หลายอย่าง
ในอธิการนี้ ดังพรรณนามาแล้วแล.
๓. บทว่า โดยภาวะที่ปัจจัยเดียว เป็นปัจจัยได้หลายอย่าง
ความว่า ธรรมใดเป็นปัจจัยแห่งปัจจยุบบันชนิดใดชนิดหนึ่ง ในบรรดา
เหตุปัจจัย เป็นต้น โดยอาการใด โดยอรรถใด ธรรมนั้นไม่ละอาการ
นั้น อรรถนั้น ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่างแก่ธรรมเหล่านั้นในขณะนั้น
เอง โดยอาการใด โดยอรรถใด อย่างอื่นอีก ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัย
ธรรมนั้นโดยภาวะที่เป็นปัจจัยได้หลายอย่าง โดยอาการนั้น โดยอรรถนั้น
คือ
อโมหะ เป็นเหตุปัจจัย อโมหะนั้นไม่ละอรรถแห่งเหตุปัจจัยนั้นเลย
ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง โดยอาการ ๑๑ อีก คือ อธิปติปัจจัย สห-
ชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อินทริยปัจจัย
มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคต-
ปัจจัย.
อโลภะ และ อโทสะ ถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอำนาจ
ปัจจัยที่เหลือจาก ๑๑ ปัจจัยนั้น โดยนำปัจจัย ๓ คือ อธิปติปัจจัย
อินทริยปัจจัย และมัคคปัจจัย ออก. อโลภะ และ อโทสะ ทั้งสองนี้
ย่อมได้ในเหตุปัจจัย และวิปากปัจจัยด้วย. ส่วนในกุศลและกิริยา ขาด

115
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 116 (เล่ม 85)

วิปากปัจจัยไป. โลภะ โทสะ และ โมหะ ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลาย อย่าง
ด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือ เว้นปัจจัย ๔ คือ ปัจจัย ๓ เหล่านั้น และวิปาก-
ปัจจัย.
อารัมมณปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอารัมมณปัจจัยนั้นเลย ย่อมถึง
ความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๗ อีก คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย
นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย. นี้เป็นกำหนดอย่างสูงสุดในอารัมมณปัจจัยนี้. ก็เมื่อ
อรูปธรรมคือรูปธรรม ที่เป็นอดีตและอนาคต เป็นอารัมมณปัจจัยมีอยู่
ย่อมได้ปัจจัยเพิ่มขึ้นเพียงอารัมมณาธิปติปัจจัย และอารัมมณูปนิสสยปัจจัย
เท่านั้น.
วิมังสา ใน อธิปติปัจจัย เหมือนกับอโมหะ. ฉันทะ. ไม่ละอรรถ
แห่งอธิปติปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง โดยอาการ ๘ อีก
คือ สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย สัมปยุตต-
ปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. วิริยะ ถึงความ
เป็นปัจจัยหลายอย่างด้วยอาการ ๑๐ ด้วยอำนาจปัจจัยเหล่านี้ คือ ปัจจัย
๘ เหล่านั้น และอินทริยปัจจัย กับมัคคปัจจัย. จิตตะ ถึงความเป็นปัจจัย
หลายอย่าง โดยอาการ ๑๐ นอกเหนือจากอธิปติปัจจัย ด้วยอำนาจการ
นำมัคคปัจจัยออกจากนั้น แล้วเพิ่มอาหารปัจจัยเข้าไป. ส่วน อารัมมณา-
ธิปติปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบว่าเป็นปัจจัยหลายอย่าง ตามนัยที่กล่าวแล้ว
ในอารัมมณปัจจัยในหนหลัง.
อนันตรปัจจัย และ สมนันตรปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอนันตรปัจจัย
และสมนันตรปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๕ อีก
คือ อุปนิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย

116
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 117 (เล่ม 85)

เจตนาในอริยมรรคเท่านั้น ย่อมได้ความเป็นกัมมปัจจัย ในอนันตร-
ปัจจัยนี้ ธรรมที่เหลือหาได้ไม่.
สหชาตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งสหชาตปัจจัยเลย ย่อมถึงความเป็น
ปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๑๔ อีก คือ เหตุปัจจัย อธิปติปัจจัย
อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย
อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. นี้เป็นกำหนดอย่างสูงสุด แต่ว่าด้วยอำนาจ
วัตถุสหชาตะ (วัตถุที่เกิดพร้อม คือ ป. หทัย) เป็นต้น พึงทราบว่าไม่มี
เหตุปัจจัยเป็นต้น ในวัตถุสหชาตะนี้. แม้ในอัญญมัญญปัจจัย ก็นัยนี้เหมือน
กัน.
นิสสยปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งนิสสยปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัย
หลายอย่าง ด้วยอาการ ๑๗ แม้อื่นอีก ด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือ โดยนำ
ออก ๖ ปัจจัยในบรรดาปัจจัย ๔ คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
ปัจฉาชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอรรถแห่ง
นิสสยปัจจัยของตนด้วย. แม้นี้ก็เป็นกำหนดอย่างสูงสุด ก็เมื่อว่าด้วย
อำนาจแห่งวัตถุนิสสยะเป็นต้น. พึงทราบว่า ไม่มีเหตุปัจจัยเป็นต้น ใน
นิสสยปัจจัยนี้.
ใน อุปนิสสยปัจจัย อารัมมณูปนิสสยปัจจัย เหมือนกับอารัมมณา-
ธิปติปัจจัย. อนันตรูปนิสสยปัจจัยไม่ละอรรถแห่งอนันตรูปนิสสยปัจจัย
ย่อมถึงความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๖ อีก คือ อนันตรปัจจัย
สมนันตรปัจจัย กัมมปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย. และวิคตปัจจัย.
อริยมรรคเจตนาเท่านั้น ย่อมได้ความเป็นกัมมปัจจัย ในอนันตรูป-

117
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 118 (เล่ม 85)

นิสสยปัจจัยนี้ ธรรมที่เหลือหาได้ไม่. ปกตูปนิสสยะ ก็คือปกตูปนิสสย-
ปัจจัยนั่นเอง.
ปุเรชาตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งปุเรชาตปัจจัยของตน ย่อมถึงความ
เป็นปัจจัยอีกหลายอย่าง โดยอาการ ๘ อีก คือ อารัมมณปัจจัย อารัมมณา-
ธิปติปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสปัจจัย อินทริยปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. นี้เป็นการแสดงปัจจัยที่มากที่สุด แต่ใน
อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ย่อมไม่ได้นิสสยปัจจัย อินทริยปัจจัย และวิปป-
ยุตตปัจจัย. พึงทราบปัจจัยที่ได้หรือไม่ได้ ยิ่งไปกว่านี้.
ปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งปัจฉาชาตปัจจัยของตน ย่อมถึง
ความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๓ อีก คือ วิปปยุตตปัจจัย อัตถิ-
ปัจจัยและอวิคตปัจจัย.
อาเสวนปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอาเสวนปัจจัย ย่อมถึงความเป็น
ปัจจัยอีกหลายอย่างโดยอาการ ๕ คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
อุปนิสสยปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย.
กัมมปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งกัมมปัจจัย ที่เป็นกัมมปัจจัยในขณะ
เดียวกัน (เอกขณิกกัมมปัจจัย คือ สหชาตกัม) ก่อน ยังถึงความเป็นปัจจัย
อีกหลายอย่าง ด้วยอาการ ๙ คือ สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย
นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย.
ที่เป็น นานักขณิกกัมมปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัย อีกหลายอย่าง
โดยอาการ ๕ คือ อุปนิสสยปัจจัย อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย.

118
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 119 (เล่ม 85)

วิปากปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งวิปากปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัย
อีกหลายอย่างด้วยอาการ ๑๔ คือ เหตุปัจจัย อธิปติปัจจัย สหชาตปัจจัย
อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย
ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย.
ใน อาหารปัจจัย กวฬีการาหาร ไม่ละอรรถแห่งอาหารปัจจัย
ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีกหลายอย่างด้วยอาการ ๒ อย่าง คือ อัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย. อาหาร ๓ ที่เหลือ ไม่ละอรรถแห่งอาหารปัจจัย ย่อมถึง
ความเป็นปัจจัยอีกหลายอย่างด้วยอาการ ๑๑ คือ อธิปติปัจจัย สหชาตปัจจัย
อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย อินทริยปัจจัย
สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย ตาม
สมควร.
ใน อินทริยปัจจัย รูปอินทรีย์ ๕ ไม่ละอรรถแห่งอินทริยปัจจัย
ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีกหลายอย่าง โดยอาการ ๕ คือ นิสสยปัจจัย
ปุเรชาตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย อวิคตปัจจัย. แม้รูปชีวิตินทรีย์
ก็ไม่ละอรรถแห่งอินทริยปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีกหลายอย่างโดย
อาการ ๒ คือ อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. อรูปอินทรีย์ ไม่ละอรรถ
แห่งอินทริยปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีกหลายอย่างโดยอาการ ๑๓ คือ
เหตุปัจจัย อธิปติปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย
วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย
วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย ตามสมควร.

119
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 120 (เล่ม 85)

ฌานปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งฌานปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัย
อีกหลายอย่างโดยอาการ ๑๐ คือ สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย
นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อินทริยปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย
วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย.
มัคคปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งมัคคปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีก
หลายอย่างโดยอาการ ๑๒ คือ ปัจจัย ๑๐ ที่กล่าวแล้วในฌานปัจจัย และ
เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย ตามสมควร.
สัมปยุตตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งสัมปยุตตปัจจัย ย่อมถึงความเป็น
ปัจจัยอีกหลายอย่างโดยอาการ ๑๓ คือ เหตุปัจจัย อธิปติปัจจัย สหชาต-
ปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย
อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย.
วิปปยุตตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งวิปปยุตตปัจจัย ย่อมถึงความเป็น
ปัจจัยอีกหลายอย่างด้วยอาการ ๑๗ ตามสมควร คือ ปัจจัยที่เหลือ โดย
นำเอาปัจจัย ๖ ออก คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อาเสวนปัจจัย
สัมปยุตตปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย. พึงทราบวิภาคแห่งปัจจัยแห่ง
รูป และอรูปในวิปปยุตตปัจจัยนั้น.
อัตถิปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอัตถิปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัยอีก
หลายอย่างโดยอาการ ๑๘ ตามสมควร ด้วยอำนาจปัจจัยที่เหลือ ด้วยนำ
ปัจจัย ๕ ออก คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อาเสวนปัจจัย
นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย.
นัตถิปัจจัย และ วิคตปัจจัย เหมือนกับอนันตรปัจจัย.

120