เหล่าใดปรารภธรรมเหล่าใดเกิดขึ้นแล้ว ธรรมเหล่าใดปรารภธรรม
เหล่าใดจักเกิดขึ้น ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเกิดขึ้นแล้ว แล้วจักเกิดขึ้นด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัยเท่านั้น. คำว่า จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา นี้ เป็นการ
อธิบายโดยย่อซึ่งธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ว่า เย เย ธมฺมา (ธรรมเหล่า
ใด ๆ). คำว่า เต เต ธมฺมา คือ ธรรมที่เป็นอารมณ์เหล่านั้น ๆ.
สองบทว่า เตสํ เตสํ ได้แก่ ธรรม คือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ๆ.
พรรณนาบาลีในอธิการนี้เพียงเท่านี้.
ก็ชื่อว่า อารมณ์นี้ว่าโดยเป็นส่วน ๆ แล้ว มี ๖ อย่าง คือ รูปา-
รมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธัมมารมณ์.
บรรดาอารมณ์เหล่านั้น อารมณ์ที่เหลือเว้นบัญญัติ ว่าโดยภูมิมี ๔ คือ
กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และโลกุตตรภูมิ. บรรดาอารมณ์
ที่นับเนื่องในภูมิ เหล่านั้น อารมณ์ที่เป็นกามาวจรมี ๕ อย่าง โดย
จำแนกเป็นกุศล อกุศล วิบาก กิริยา และรูป. อารมณ์ที่เป็นรูปาวจร
และอรูปาจร มีอย่างละ ๓ โดยเป็นกุศล วิบาก และกิริยา. อารมณ์ที่
เป็นโลกุตตรภูมิมี ๓ อย่าง ด้วยอำนาจเป็นกุศล วิบาก และนิพพาน.
อีกอย่างหนึ่ง อารมณ์นี้ทั้งหมดมี ๗ อย่าง โดยจำแนกเป็นกุศล อกุศล
วิบาก กิริยา รูป นิพพาน และบัญญัติ. บรรดาอารมณ์ ๗ อย่างนั้น
เมื่อว่าโดยภูมิ อารมณ์ที่เป็นกุศลมี ๔ อารมณ์ที่เป็นอกุศลเป็นกามาวจร
อย่างเดียว อารมณ์ที่เป็นวิบากเป็นไปในภูมิ อารมณ์ที่เป็นกิริยาเป็น
ไปในภูมิ ๓ รูปเป็นไปในภูมิเดียว คือเป็นกามาวจรเท่านั้น แม้นิพพาน
ก็เป็นไปในภูมิเดียว คือเป็นโลกุตระเท่านั้น บัญญัติพ้นจากภูมิแล.