พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 21 (เล่ม 85)

พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า กุศลกรรมและอกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์
และกัมมชรูปด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย. เจตนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่
สัมปยุตด้วยเจตนา และแก่รูปที่มีเจตนานั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของ
กัมมปัจจัย.
๑๔. วิปากปัจจัย
ธรรมคือวิบากที่ช่วยอุปการะโดยความไม่มีอุตสาหะ เพราะ
ความไม่มีอุตสาหะ ชื่อว่า วิปากปัจจัย.
วิปากปัจจัยนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่รูปซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐานในปวัตติกาล
แก่กัมมชรูปในปฏิสนธิกาล และแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยวิบากจิตนั้น ใน
กาลทั้งหมด. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ขันธ์ ๑ ที่เป็น
วิปากาพยากตะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วย
อำนาจของวิปากปัจจัย ฯ ล ฯ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากาพยากตะในปฏิสนธิขณะ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย ฯ ล ฯ ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย ฯ ล ฯ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒
และแก่กัมมชรูปด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่วัตถุ
รูป ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย.
๑๕. อาหารปัจจัย
อาหาร ๔ เป็นธรรมช่วยอุปการะโดยอรรถว่า ช่วยค้ำจุนแก่รูป
และนาม ชื่อว่า อาหารปัจจัย. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
กวฬีการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย, นาม-

21
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 22 (เล่ม 85)

อาหารเป็นปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลายที่สัมปยุต และแก่รูปที่มีนามอาหารและ
ธรรมที่สัมปยุตกับนามอาหารนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของอาหาร-
ปัจจัย. ส่วนในปัญหาวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า " อาหารที่เป็น
วิปากาพยากตะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุต และแก่กัมมชรูปใน
ปฏิสนธิขณะ ด้วยอำนาจของอาหารปัจจัย."
๑๖. อินทริยปัจจัย
อินทรีย์ ๒๐ เว้นอิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์ ช่วยอุปการะโดย
อรรถว่า เป็นใหญ่ยิ่ง ชื่อว่า อินทริยปัจจัย.
บรรดาอินทรีย์เหล่านั้น อินทรีย์ ๕ มีจักขุนทรีย์เป็นต้น เป็นปัจจัย
เฉพาะแก่อรูปธรรมเท่านั้น ที่เหลือเป็นปัจจัยทั้งแก่รูปธรรมและอรูปธรรม.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า จักขุนทรีย์ ฯ ล ฯ กายินทรีย์ เป็น
ปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ ฯ ล ฯ กายวิญญาณธาตุ และธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอินทรีย์นั้นได้ด้วยอำนาจของอินทริยปัจจัย, รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กัมมชรูป ด้วยอำนาจของอินทริยปัจจัย, อรูปอินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่สัมปยุตและแก่รูปที่มีอินทรีย์นั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของอินทริย-
ปัจจัย. แต่ในปัญหาวาระ อินทรีย์ที่เป็นวิปากาพยากตะเป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่สัมปยุตและแก่กัมมชรูป ด้วยอำนาจของอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ.
๑๗. ฌานปัจจัย
องค์ฌาน ๗ อันต่างโดยเป็นกุศลเป็นต้น เว้นสุขเวทนา และ

22
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 23 (เล่ม 85)

ทุกขเวทนาอันเป็นรูปทางกาย ในทวิปัญจวิญญาณจิต ช่วยอุปการะ
โดยอรรถว่า เข้าไปเพ่งอารมณ์ ชื่อว่า ฌานปัจจัย.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า องค์ฌาน ๗ เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่สัมปยุตและรูปที่มีองค์ฌานนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของฌาน-
ปัจจัย. ส่วนในปัญหาวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า องค์ฌานที่เป็น
วิปากาพยากตะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุต และแก่กัมมชรูปในปฏิสนธิ-
ขณะ ด้วยอำนาจของฌานปัจจัย.
๑๘. มัคคปัจจัย
องค์มรรค ๒ อันต่างโดยกุศลเป็นต้น ช่วยอุปการะโดยอรรถ
ว่า เป็นเหตุนำไปในทางใดทางหนึ่ง ชื่อว่า มัคคปัจจัย.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า องค์มรรค เป็นปัจจัยแก่ธรรม
ที่สัมปยุต และแก่รูปที่มีองค์มรรคนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของมัคค-
ปัจจัย. ส่วนในปัญหาวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า องค์มรรคที่เป็น
วิปากาพากตะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุต และกัมมชรูปในปฏิสนธิขณะ
ด้วยอำนาจของมัคคปัจจัย. แต่ฌานปัจจัยและมัคคปัจจัยทั้งสองนี้ พึง
ทราบว่า ย่อมไม่ได้ในทวิปัญจวิญญาณจิตและอเหตุกจิต ตามที่กล่าว
(หมายถึงทวิปัญจวิญญาณไม่เป็นฌานปัจจัย อเหตุกจิตไม่เป็นมัคคปัจจัย).
๑๙. สัมปยุตตปัจจัย
อรูปธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นสภาพประกอบร่วมกัน คือ

23
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 24 (เล่ม 85)

มีวัตถุเดียวกัน มีอารมณ์เดียวกัน เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน และดับ
พร้อมกัน ชื่อว่า สัมปยุตตปัจจัย.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อรูปขันธ์ ๔ เป็นปัจจัยซึ่งกัน
และกัน ด้วยอำนาจของสัมปยุตตปัจจัย.
๒๐. วิปปยุตตปัจจัย
รูปธรรมที่ช่วยอุปการะโดยไม่เข้าถึงภาวะที่มีวัตถุอันเดียวกัน
เป็นต้น เป็นวิปปยุตตปัจจัย แก่อรูปธรรม แม้อรูปธรรมก็เป็นวิปปยุตต-
ปัจจัยแก่รูปธรรม.
วิปปยุตตปัจจัย นั้น มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุต ปัจฉาชาต-
วิปปยุตและปุเรชาตวิปปยุต. มีจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กุศล-
ขันธ์ที่เกิดพร้อมกัน เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของ
วิปปยุตตปัจจัย กุศลขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อน ด้วย
อำนาจของวิปปยุตตปัจจัย. ส่วนในสหชาตวิภังค์แห่งอัพยากตบท พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ในขณะปฏิสนธิ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นวิปากาพยากตะ
เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูป ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็น
ปัจจัยแก่วัตถุรูปด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย วัตถุรูปเป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย. ส่วนปุเรชาตะ พึงทราบด้วย
สามารถแห่งวัตถุมีจักขุนทรีย์เป็นต้น เหมือนดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ไว้ว่า จักขายตนะที่เกิดก่อนเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
วิปปยุตตปัจจัย ฯ ล ฯ กายายตนะที่เกิดก่อนเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วย
อำนาจของวิปยุตตปัจจัย วัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากาพยากตขันธ์ กิริยา-

24
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 25 (เล่ม 85)

พยากตขันธ์ วัตถุเป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ วัตถุเป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ ด้วย
อำนาจของวิปปยุตตปัจจัย ดังนี้.
๒๑. อัตถิปัจจัย
ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยอรรถว่าช่วยค้ำจุนแก่ธรรมที่เป็นเช่น
เดียวกันโดยภาวะที่ยังมีอยู่ อันมีการเกิดขึ้นเฉพาะหน้าเป็นลักษณะ
ชื่อว่า อัตถิปัจจัย.
สำหรับอัตถิปัจจัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งมาติกาไว้ ๗ อย่าง
คือ อรูปขันธ์ ๑ มหาภูตรูป ๑ นามรูป ๑ จิตเจตสิก ๑ มหาภูต รูป ๑
อายตนะ ๑ และวัตถุ ๑ สมดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า อรูปขันธ์ ๔ เป็น
ปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัย
ซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ในปฏิสนธิขณะ นามรูปเป็น
ปัจจัยซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ธรรมคือจิตและเจตสิก
เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มหาภูตรูป
เป็นปัจจัยแก่อุปาทานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. จักขายตนะ ฯ ล ฯ
กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ ฯ ล ฯ กายวิญญาณธาตุ และ
ธรรมที่สัมปยุตนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย รูปายตนะ ฯ ล ฯ โผฏฐัพ-
พายตนะ เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุ และธรรมที่สัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น
ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุอาศัยรูปใดเป็น
ไป รูปนั้นเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ และธรรมที่สัมปยุต
กับมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุนั้น ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ส่วนใน

25
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 26 (เล่ม 85)

ปัญหาวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวางไว้ว่า สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ
อาหารํ อินฺทฺริยํ แล้วทรงอธิบายในสหชาตปัจจัยก่อน โดยนัยเป็นต้นว่า
ขันธ์ ๑ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และแก่รูปซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจ
ของอัตถิปัจจัย. ในปุเรชาตปัจจัย ทรงอธิบายด้วยอำนาจจักขุประสาท
เป็นต้นที่เกิดก่อน. ในปัจฉาชาตปัจจัย ทรงอธิบายด้วยอำนาจจิตและ
เจตสิกที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อน. ส่วนในอาหารปัจจัย
และอินทริยปัจจัย ทรงอธิบายอย่างนี้ว่า กพฬีการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้
ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูป ด้วย
อำนาจของอัตถิปัจจัย.
๒๒. นัตถิปัจจัย
อรูปธรรมที่ดับไปโดยไม่มีระหว่างคั่น ช่วยอุปการะด้วยการ
ให้โอกาสแก่รูปธรรมที่จะเกิดในลำดับแห่งตนเป็นไป ชื่อว่า นัตถิ-
ปัจจัย.
เหมือนดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ธรรมคือจิตและเจตสิกที่
ดับไปโดยไม่มีระหว่างคั่น เป็นปัจจัยแก่ธรรมคือจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้น
เฉพาะหน้า ด้วยอำนาจของนัตถิปัจจัย.
๒๒. วิคตปัจจัย
ธรรมที่เป็นนัตถิปัจจัยนั่นเอง ชื่อว่า วิคตปัจจัย. เพราะช่วย
อุดหนุนโดยภาวะที่ปราศจากไป เหมือนดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

26
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 27 (เล่ม 85)

ธรรมคือจิตและเจตสิกที่ปราศจากไป โดยไม่มีระหว่างคั่นเป็นปัจจัย แก่
ธรรม คือจิตแก่เจตสิกที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ด้วยอำนาจของวิคตปัจจัย.
๒๔. อวิคตปัจจัย
ธรรมที่เป็นอัตถิปัจจัยนั่นเอง ผู้ศึกษาพึงทราบว่า ชื่อว่า อวิคต-
ปัจจัย เพราะช่วยอุดหนุนโดยภาวะที่ยังไม่ปราศจากไป.
แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปัจจัยคู่นี้ไว้ ก็ด้วยอำนาจแห่งเวไนยสัตว์
ที่จะพึงแนะนำอย่างนั้น โดยเทศนาวิลาสะ เหมือนที่ตรัสสเหตุกทุกะไว้แล้ว
ยังตรัสเหตุสัมปยุตตทุกะเป็นต้นไว้อีก ก็เพื่อความไม่งมงายในปัจจัย ๒๔
เหล่านี้ ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยธรรม โดยกาล โดยการจำแนกโดย
ประการต่าง ๆ และโดยปัจจยุบบัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมโต (โดยธรรม) ความว่า ก็
บรรดาปัจจัย ๒๔ เหล่านี้ เหตุปัจจัย ก่อน ได้แก่ ส่วนหนึ่งแห่งนาม-
ธรรม ในบรรดานามธรรมและรูปธรรมทั้งหลาย. อารัมมณปัจจัย ได้แก่
นามธรรม และรูปธรรมทั้งหมด เพราะความไม่มีแห่งบัญญัติ. ใน
อธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ ส่วนหนึ่งแห่งนามธรรม. กัมม-
ปัจจัย ฌานปัจจัย และมัคคปัจจัย ก็เหมือนกัน. อารัมมณาธิปติปัจจัย
ได้แก่ ธรรมที่เป็นอารมณ์ทั้งหมดที่จิตและเจตสิกพึงทำให้หนักหน่วง.
อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย
วิปากปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย ได้เฉพาะนาม-
ธรรมเท่านั้น. แม้จะกล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งแห่งนามธรรมก็ได้ เพราะ

27
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 28 (เล่ม 85)

ไม่ได้สงเคราะห์นิพพานเข้าด้วย. ปุเรชาตปัจจัยเป็นส่วนหนึ่งแห่งรูปธรรม.
ที่เหลือได้ทั้งนามธรรมและรูปธรรม ด้วยอำนาจแห่งธรรมตามที่จะมีได้
แล. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัย โดยธรรม ในอธิการนี้ ดังพรรณนามาแล้ว
เท่านี้ก่อน.
บทว่า กาลโต (โดยกาล) ความว่า
บรรดาปัจจัยเหล่านี้ ปัจจัย ๑๕ ปัจจัย เป็นปัจจุบันกาล
ปัจจัย ๕ ปัจจัย เป็นอดีตกาล.
ปัจจัย ๑ ปัจจัย อาศัยกาลทั้งสอง.
ปัจจัย ๓ ปัจจัย เป็นไปในกาลทั้งสาม และพ้นจากกาลด้วย.
จริงอยู่ บรรดาปัจจัยเหล่านี้ ปัจจัย ๑๕ เหล่านี้ คือ เหตุปัจจัย
สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาต-
ปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย
สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย เป็นปัจจุบัน-
กาล เท่านั้น.
ปัจจัย ๕ เหล่านี้คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อาเสวน-
ปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย เป็นอดีตกาล เท่านั้น.
ส่วนปัจจัย ๑ คือ กัมมปัจจัย อาศัยกาลทั้งสองที่เป็น ปัจจุบัน
ปัจจัย ๓ ที่เหลือเหล่านี้คือ อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อุป-
นิสสยปัจจัย เป็นไปในกาลทั้งสามก็ได้ เป็นกาลวิมุตติก็ได้ เพราะ
สงเคราะห์นิพพานกับบัญญัติเข้าด้วย.

28
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 29 (เล่ม 85)

ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัย โดยกาล ในปัจจัยเหล่านี้ ดังพรรณนามา
แล้ว. ส่วนสองบทนี้ว่า นานปฺปการเภทโต ปจฺจยุปฺปนฺนโต จักมีเนื้อ
ความแจ่มแจ้งในนิทเทสวาระ แล.
วรรณนาอุทเทศวาระ จบ

29
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 30 (เล่ม 85)

ปัจจย๑วิภังควาระ
[๒] เหตุปัจจัย ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นเหตุ
กล่าวคือ
เหตุเป็นปัจจัย แก่ธรรมที่ประกอบกับเหตุ และแก่รูปทั้งหลายที่
เหตุและธรรมที่ประกอบกับเหตุนั้น เป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของ
เหตุปัจจัย.
วรรณนานิทเทสแห่งเหตุปัจจัย
บัดนี้ เพื่อจะแสดงขยายความปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด ตามลำดับปัจจัยที่
ได้ยกขึ้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำมีอาทิว่า ชื่อว่า เหตุปัจจัย
ได้แก่ ธาตุ เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ และแก่รูปที่มีเหตุและ
ธรรมที่สัมปยุตกับเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัย. บรรดา
ปัจจัย ๒๔ เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกเหตุปัจจัยนี้ขึ้นแสดงก่อน
กว่าปัจจัยทั้งหมด แล้วก็ทรงจำแนกไปตามลำดับที่ทรงตั้งไว้. แม้ใน
ปัจจัยที่เหลือ ผู้ศึกษาพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกบทที่ควร
จำแนกขึ้นก่อน และทำการวิสัชนาโดยนัยนี้เหมือนกัน. ส่วนสัมพันธ์บท
(บทที่เกี่ยวข้องกัน) ในอธิการนี้ ปัจจัยใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้น
ในอุทเทสแห่งปัจจัยว่า "เหตุปจฺจโย" ปัจจัยนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบ โดย
นิทเทส อย่างนี้ว่า เหตุ เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ และแก่
รูปที่มีเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน ด้วยอำนาจเหตุปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบ
สัมพันธ์กับการวิสัชนาบทที่ควรจำแนกด้วยปัจจัยทั้งหมด โดยอุบายนี้.
๑. เรียกว่า ปัจจัยนิทเทส ก็ได้.

30