ย่อมตั้งมั่นด้วยดี เหมือนต้นไม้ที่มีรากงอกแล้ว. ส่วนธรรมที่ไม่มีเหตุย่อม
ไม่ตั้งมั่นด้วยดี เหมือนสาหร่ายซึ่งเป็นพืชที่เกิดในน้ำเป็นต้น. ธรรมที่
อุปการะโดยอรรถว่า เป็นมูลราก คือเป็นธรรมที่มีอุปการะโดยให้สำเร็จ
ความตั้งมั่นด้วยดี ผู้ศึกษาพึงทราบว่าเป็นเหตุปัจจัย ด้วยประการฉะนี้.
๒. อารัมมณปัจจัย
พึงทราบอธิบายในปัจจัยอื่น ๆ ต่อจากนั้น
ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นอารมณ์ ชื่อว่า อารัมมณปัจจัย.
อารัมมณปัจจัยนั้นมี ๖ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งรูปารมณ์เป็นต้น ธรรม
ใดธรรมหนึ่งที่ไม่เป็นอารมณ์หามีไม่ เพราะพระองค์ทรงเริ่มไว้ว่า รูปา-
ยตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น แล้วให้จบลงด้วยคำว่า
ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ๆ คือจิตและเจตสิก ปรารภธรรมใด ๆ เกิด
ขึ้น ธรรมเหล่านั้น ๆ เป็นปัจจัยแก่ธรรมเหล่านั้น ๆ ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย. เหมือนอย่างว่าบุรุษทุรพลจับยึดไม้เท้า หรือว่าเชือก
แล้ว จึงลุกขึ้นยืนได้ ฉันใด ธรรมคือจิตและเจตสิก ก็ฉันนั้น ต้องปรารภ
อารมณ์มีรูปเป็นต้น จึงเกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้ เพราะฉะนั้น ธรรมทั้งหลาย
ที่เป็นอารมณ์ของจิตและเจตสิกแม้ทั้งหมด พึงทราบว่า เป็นอารัมมณ
ปัจจัย.
๓. อธิปติปัจจัย
ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยอรรถว่า เป็นที่ใหญ่ที่สุด ชื่อว่า อธิปติปัจจัย.
อธิปติปัจจัยนั้นมี ๒ อย่าง คือ สหชาตาธิปติปัจจัย และ
อารัมมณาธิปติปัจจัย.