พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 7 (เล่ม 82)

มูลมูลนยะที่ ๒
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่
กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน
กับอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

7
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 8 (เล่ม 82)

มูลกนยะที่ ๓
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุ-
ศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ
กันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือ ว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

8
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 9 (เล่ม 82)

มูลมูลกนยะที่ ๔
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน
และกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
อกุสลบท จบ

9
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 10 (เล่ม 82)

[๓] อุทเทสวาระในอัพยากตบท
มูลนยะที่ ๑
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่าอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี
อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๓ อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าโดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล
มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากต-
มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

10
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 11 (เล่ม 82)

มูลมูลนยะที่ ๒
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพ-
ยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล
แก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน
กับอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

11
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 12 (เล่ม 82)

มูลกนยะที่ ๓
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลทาเป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี
อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี
อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่
ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

12
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 13 (เล่ม 82)

มูลมูลกนยะที่ ๔
๑. มูลนยะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพ-
ยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๓ อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อัพยาตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน
และกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ
อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ. ใช่ไหม ?
อัพยากตบท จบ

13
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 14 (เล่ม 82)

[๔] อุทเทสวาระในนามบท
มูลนยะที่ ๑
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่านามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่านามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มี
อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล
ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล
มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

14
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 15 (เล่ม 82)

มูลมูลนยะที่ ๒
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่ ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนาม
มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลนยะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล
แก่กันและกันนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน
กับนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

15
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 16 (เล่ม 82)

มูลกนยะที่ ๓
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมด มีมูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล ใช่ไหม ?
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล มิอยู่.
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

16