ในรสเพราะเป็นผู้ฉลาดในอุบาย ไปได้โดยสวัสดี ช่างไม้ผู้พาลไม่มองดูภัยใน
ภายหน้า เพราะหมกมุ่นในรสถึงความพินาศพร้อมกับครอบครัวทั้ง ๕๐๐ เเล.
อนุสาสนีต่อจากนี้ เป็นพระอภิสัมพุทธคาถา ๓ พระคาถาส่องความนั้น
ดังต่อไปนี้
กุลบุตรผู้มีปัญญากว้างขวาง แทงตลอดประ-
โยชน์ในอนาคตแล้ว ย่อมไม่ให้ประโยชน์นั้นผ่านพ้น
ไปแม้แต่น้อย เหมือนพวกพ่อค้าเหล่านั้น พากันไป
ในท่ามกลางทะเลโดยสวัสดี ด้วยกรรมของตน.
ส่วนพวกคนพาลมัวหมกมุ่นอยู่ในรสด้วยโมหะ
ไม่แทงตลอดประโยชน์อันเป็นอนาคต เมื่อความต้อง
การเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ย่อมพากันล่มจม เหมือนมนุษย์
เหล่านั้นพากันล่มจมในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น.
ชนผู้เป็นบัณฑิตพึงรีบทำกิจที่ควรทำก่อนเสีย
ทีเดียว อย่าให้กิจที่ต้องทำเบียดเบียนตัวได้ ในเวลา
ที่ต้องการ กิจนั้นไม่เบียดเบียนบุคคลผู้รีบทำกิจที่ควร
ทำเช่นนั้น ในเวลาที่ต้องการ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สกมฺเมน ความว่า ด้วยกรรมของตน
ที่กระทำเสร็จไว้ก่อน เพราะเห็นภัยในอนาคต. บทว่า โสตฺถิ วหึสุ ความว่า
พากันไปโดยความเกษม. บทว่า วาณิชา ได้แก่ กล่าวถึงพ่อค้าโดยภาวะที่
ท่องเที่ยวไปในท่ามกลางสมุทร. บทว่า ปฏิวิชฺฌิยานํ ความว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีปัญญากว้างขวางในโลกนี้ ยังทราบปรุโปร่งถึงประโยชน์
ภายหน้าอันจะพึงทำไว้ก่อน ย่อมไม่ทำประโยชน์ของตน แม้มีประมาณน้อย
ให้คลาดไป ผ่านไป คือเสื่อมไป. บทว่า อปฺปฏิวิชฺฌิตฺวา ความว่า
คนพาลไม่หยั่งทราบปรุโปร่งถึงประโยชน์ คือไม่กระทำกิจที่ควรทำที่เสร็จก่อน