[๑๓๙๙] บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
แต่จะไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จาก
ที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่ละภวราคานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่ละปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ใน
อรูปธาตุ แต่จะไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละ
อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.