[๑๔๐๙] บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละกามราคานุสัยในทุกขเวทนา บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละปฏิฆานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละกามราคานุสัย ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่ละกามราคา
นุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ไม่ละปฏิฆานุสัยในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จาก
ที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัยในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัยในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัยในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละมานานุสัยในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลที่ ๘ ไม่ละกามราคานุสัยในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นจะไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละ
วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละวิจิกิจฉานุสัย ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละวิจิกิจฉานุสัยในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันน
ธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่ละวิจิกิจฉานุสัย
และไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละภวราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ
เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละภวราคานุสัย และไม่ละ
กามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่ละกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละกามราคานุสัย ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่
ละกามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละกามราคานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละ
กามราคานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยา
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และ
ไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.