[๙๙๙] ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๙๙๙] ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๐๐] ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด.
คำว่า ยสฺส (ของสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส (แก่สัตว์ใด) และ ยตฺถ (ในภูมิใด) ก็ดี
เช่นเดียวกัน ฯลฯ.
สมุทยสัจ มัคคสัจ.
กระทำต่างๆ กัน คือ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
ของพระอรหันต์ ของอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้น.
[๑๐๐๑] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า ของสัตว์ใด ฯลฯ.
คำถามที่เป็นอดีตกับด้วยปัจจุบัน คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยตฺถ ก็ดี คำว่า ยสฺส และ
ยตฺถ ก็ดี อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน ทั้งในอุปปาทวาร ทั้งในอุปปาท
นิโรธวาร ผู้มีปัญญาพึงจำแนกไป.
[๑๐๐๒] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์
ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่
สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจ
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
และสมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๓] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต
และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์
เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง
เกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง
อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะ
แห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้
เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจ
ก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๔] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
สมุทัยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์
เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหา และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของ
สัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่
ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักดับไป และ
สมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๕] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๐๖] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค แก่
พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับ
แห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึง
อสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล และสมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป
แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติการ จักดับไป
และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๗] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต และแก่ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน
ปวัตติกาล และแก่สัตว์ซึ่งเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้น จักดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใจ แก่สัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้
เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของ
สัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์
เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และสัตว์เหล่าอื่นซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๘] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักดับไปหรือ?
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ อาปายิกสัตว์ และปุถุชนที่จักได้
เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหา และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคสัจคของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นใน
ภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้
ซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิต ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์
เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่
จักดับไป แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจแห่งสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อม
เกิดขึ้น.