พุทธธรรมสงฆ์


พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๐๙] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป
หรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวง ซึ่งกำลังจุติอยู่ ในภังคขณะ
แห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจของ
สัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่.
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์
ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด
ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๐] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะ
ซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและ
ผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และ
ปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และ
ของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชน
ที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่ง
มรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๑] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็น
ไปอยู่ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของผู้ที่เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๒] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๓] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะ
แห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญ
สัตตภูมิ และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระ
อรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับ
แห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญ
สัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๔] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งมรรค สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และ
แก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่
ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ใน
อรูปภูมิ แก่สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต
และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
และของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
แก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง
จุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิและ
ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๕] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่าในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นของในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และ
ของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา
ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๖] ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วใน
นิโรธวาร ฉันใด แม้ในอุปาทนิโรธวาร ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนก ฉันนั้น.
อุปานิโรธวาร จบ.
ปวัตติวาร จบ.
ปริญญาวาร

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๗] บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมละสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดย่อมละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่ละสมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดย่อมไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ (เล่ม 38)

[๑๐๑๘] บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
บุคคลใดไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง
ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.