พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 119 (เล่ม 20)

คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ปฏิบัติผิดในบุคคล ๒ จำพวกนี้แล
ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่ง
ที่ไม่ใช่บุญเป็นอันมาก
บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ปฏิบัติชอบในบุคคล ๒ จำพวกย่อมบริหาร
ตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพ
บุญเป็นอันมาก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. มารดา ๒. บิดา
บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ปฏิบัติชอบในบุคคล ๒ จำพวกนี้แลย่อม
บริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และ
ประสพบุญเป็นอันมาก (๗)
[๑๓๘] คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ปฏิบัติผิดในบุคคล ๒ จำพวก
ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่ง
ที่ไม่ใช่บุญเป็นอันมาก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. ตถาคต ๒. สาวกของตถาคต
คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ปฏิบัติผิดในบุคคล ๒ จำพวกนี้แลย่อม
บริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่งที่
ไม่ใช่บุญเป็นอันมาก
บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ปฏิบัติชอบในบุคคล ๒ จำพวกย่อมบริหาร
ตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพ
บุญเป็นอันมาก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. ตถาคต ๒. สาวกของตถาคต
บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ปฏิบัติชอบในบุคคล ๒ จำพวกนี้แลย่อม
บริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และ
ประสพบุญเป็นอันมาก (๘)

119
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 120 (เล่ม 20)

[๑๓๙] ธรรม ๒ ประการนี้
ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. การชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ๒. ความไม่ถือมั่นอะไรๆ๑ ในโลก
ธรรม ๒ ประการนี้แล (๙)
[๑๔๐] ธรรม ๒ ประการนี้
ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ (ความโกรธ) ๒. อุปนาหะ (ความผูกโกรธ)
ธรรม ๒ ประการนี้แล (๑๐)
[๑๔๑] ธรรม ๒ ประการนี้
ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. การกำจัดความโกรธ ๒. การกำจัดอุปนาหะ
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ ประการนี้แล (๑๑)
อายาจนวรรคที่ ๒ จบ
๓. ทานวรรค
หมวดว่าด้วยทาน
[๑๔๒] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ทาน ๒ อย่างนี้
ทาน ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อามิสทาน๒ (การให้สิ่งของ) ๒. ธัมมทาน๓ (การให้ธรรม)
ทาน ๒ อย่างนี้แล บรรดาทาน ๒ อย่างนี้ ธัมมทานเป็นเลิศ (๑)
เชิงอรรถ :
๑ ความไม่ถือมั่นอะไรๆ หมายถึงไม่ยึดถืออารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๓๙/๖๘)
๒ อามิสทาน หมายถึงการให้สิ่งของคือปัจจัย ๔ (จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช)
(องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๔๒/๖๘)
๓ ธัมมทาน หมายถึงการแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อบรรลุอมตธรรม(พระนิพพาน) (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๔๒/๖๘)

120
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 121 (เล่ม 20)

[๑๔๓] การบูชายัญ ๒ อย่างนี้
การบูชายัญ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การบูชายัญด้วยอามิส ๒. การบูชายัญด้วยธรรม
การบูชายัญ ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบูชายัญ ๒ อย่างนี้ การบูชายัญด้วยธรรมเป็นเลิศ (๒)
[๑๔๔] จาคะ (การสละ) ๒ อย่างนี้
จาคะ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อามิสจาคะ (การสละอามิส) ๒. ธัมมจาคะ (การสละธรรม)
จาคะ ๒ อย่างนี้แล บรรดาจาคะ ๒ อย่างนี้ ธัมมจาคะเป็นเลิศ (๓)
[๑๔๕] การบริจาค ๒ อย่างนี้
การบริจาค ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การบริจาคอามิส ๒. การบริจาคธรรม
การบริจาค ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบริจาค ๒ อย่างนี้ การบริจาคธรรมเป็นเลิศ (๔)
[๑๔๖] การบริโภค ๒ อย่างนี้
การบริโภค ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การบริโภคอามิส ๒. การบริโภคธรรม
การบริโภค ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบริโภค ๒ อย่างนี้ การบริโภคธรรมเป็นเลิศ (๕)
[๑๔๗] การคบหากัน ๒ อย่างนี้
การคบหากัน ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การคบหากันด้วยอามิส ๒. การคบหากันด้วยธรรม
การคบหากัน ๒ อย่างนี้แล บรรดาการคบหากัน ๒ อย่างนี้ การคบหากัน
ด้วยธรรมเป็นเลิศ (๖)

121
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 122 (เล่ม 20)

[๑๔๘] การจำแนก ๒ อย่างนี้
การจำแนก ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การจำแนกอามิส ๒. การจำแนกธรรม
การจำแนก ๒ อย่างนี้แล บรรดาการจำแนก ๒ อย่างนี้ การจำแนกธรรมเป็นเลิศ (๗)
[๑๔๙] การสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้
การสงเคราะห์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การสงเคราะห์ด้วยอามิส ๒. การสงเคราะห์ด้วยธรรม
การสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล บรรดาการสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การสงเคราะห์
ด้วยธรรมเป็นเลิศ (๘)
[๑๕๐] การอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้
การอนุเคราะห์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การอนุเคราะห์ด้วยอามิส ๒. การอนุเคราะห์ด้วยธรรม
การอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล บรรดาอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การอนุเคราะห์
ด้วยธรรมเป็นเลิศ (๙)
[๑๕๑] ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้
ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความเอื้อเฟื้อด้วยอามิส ๒. ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรม
ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้
ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรมเป็นเลิศ (๑๐)
ทานวรรคที่ ๓ จบ

122
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 123 (เล่ม 20)

๔. สันถารวรรค
หมวดว่าด้วยการรับรอง
[๑๕๒] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สันถาร (การรับรอง) ๒ อย่างนี้
สันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อามิสสันถาร (การรับรองด้วยอามิส)
๒. ธัมมสันถาร (การรับรองด้วยธรรม)
สันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมสันถารเป็นเลิศ (๑)
[๑๕๓] ปฏิสันถาร(การต้อนรับ) ๒ อย่างนี้
ปฏิสันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อามิสปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยอามิส)
๒. ธัมมปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยธรรม)
ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมปฏิสันถารเป็นเลิศ (๒)
[๑๕๔] การเสาะหา ๒ อย่างนี้
การเสาะหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การเสาะหาอามิส ๒. การเสาะหาธรรม
การเสาะหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการเสาะหา ๒ อย่างนี้ การเสาะหาธรรมเป็นเลิศ (๓)
[๑๕๕] การแสวงหา ๒ อย่างนี้
การแสวงหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การแสวงหาอามิส ๒. การแสวงหาธรรม
การแสวงหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการแสวงหา ๒ อย่างนี้ การแสวงหา
ธรรมเป็นเลิศ (๔)

123
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 124 (เล่ม 20)

[๑๕๖] การค้นหา ๒ อย่างนี้
การค้นหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การค้นหาอามิส ๒. การค้นหาธรรม
การค้นหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการค้นหา ๒ อย่างนี้ การค้นหาธรรมเป็นเลิศ (๕)
[๑๕๗] บูชา ๒ อย่างนี้
บูชา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อามิสบูชา (การบูชาด้วยอามิส) ๒. ธัมมบูชา (การบูชาด้วยธรรม)
บูชา ๒ อย่างนี้แล บรรดาบูชา ๒ อย่างนี้ ธัมมบูชาเป็นเลิศ (๖)
[๑๕๘] ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้
ของต้อนรับแขก ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ของต้อนรับแขกคืออามิส ๒. ของต้อนรับแขกคือธรรม
ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้แล บรรดาของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้
ของต้อนรับแขกคือธรรมเป็นเลิศ (๗)
[๑๕๙] ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้
ความสำเร็จ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความสำเร็จทางอามิส ๒. ความสำเร็จทางธรรม
ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ความสำเร็จ
ทางธรรมเป็นเลิศ (๘)
[๑๖๐] ความเจริญ ๒ อย่างนี้
ความเจริญ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความเจริญด้วยอามิส ๒. ความเจริญด้วยธรรม
ความเจริญ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วย
ธรรมเป็นเลิศ (๙)
[๑๖๑] รัตนะ(แก้วอันประเสริฐ) ๒ อย่างนี้
รัตนะ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ

124
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 125 (เล่ม 20)

๑. อามิสรัตนะ (รัตนะคืออามิส) ๒. ธัมมรัตนะ (รัตนะคือธรรม)
รัตนะ ๒ อย่างนี้แล บรรดารัตนะ ๒ อย่างนี้ ธัมมรัตนะเป็นเลิศ (๑๐)
[๑๖๒] การสะสม ๒ อย่างนี้
การสะสม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. การสะสมอามิส ๒. การสั่งสมธรรม
การสะสม ๒ อย่างนี้แล บรรดาการสะสม ๒ อย่างนี้ การสั่งสมธรรมเป็นเลิศ (๑๑)
[๑๖๓] ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้
ความไพบูลย์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความไพบูลย์แห่งอามิส ๒. ความไพบูลย์แห่งธรรม
ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้
ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ (๑๒)
สันถารวรรคที่ ๔ จบ
๕. สมาปัตติวรรค
หมวดว่าด้วยสมาบัติ
[๑๖๔] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติ๑
๒. ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ๒
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑)
เชิงอรรถ :
๑ ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติ หมายถึงความฉลาดกำหนดรู้อาหารที่เป็นสัปปายะและฤดูที่เป็น
สัปปายะในการเข้าสมาบัติ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๔/๗๑)
๒ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ หมายถึงความฉลาดในการกำหนดระยะเวลาที่จะออกจาก
สมาบัติ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๔/๗๑)

125
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 126 (เล่ม 20)

[๑๖๕] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อาชชวะ (ความซื่อตรง) ๒. มัททวะ (ความอ่อนโยน)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๒)
[๑๖๖] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ขันติ (ความอดทน)๑ ๒. โสรัจจะ (ความเสงี่ยม)๒
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๓)
[๑๖๗] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สาขัลยะ๓ (ความมีวาจาอ่อนหวาน)
๒. ปฏิสันถาร (การต้อนรับ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๔)
[๑๖๘] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน)
๒. โสเจยยะ๔ (ความสะอาด)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๕)
เชิงอรรถ :
๑ ความอดทน ในที่นี้หมายถึงความอดทนด้วยการอดกลั้น(อธิวาสนขันติ) (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๖/๗๑)
๒ ความเสงี่ยม ในที่นี้หมายถึงความเป็นผู้มีศีลงาม(สุสีลภาวะ) ความเป็นผู้น่ายินดี(สุรตภาวะ)
(องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๖/๗๑)
๓ สาขัลยะ หมายถึงความเป็นบุคคลผู้บันเทิงด้วยความมีวาจาอ่อนหวาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๗/๗๑)
๔ โสเจยยะ ในที่นี้หมายถึงความสะอาดด้วยอำนาจศีล (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๖๘/๗๑)

126
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 127 (เล่ม 20)

[๑๖๙] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์๑ ๒. ความไม่รู้จักประมาณในการบริโภค
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๖)
[๑๗๐] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความคุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๒. ความรู้จักประมาณในการบริโภค
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๗)
[๑๗๑] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ปฏิสังขานพละ (กำลังคือการพิจารณา)
๒. ภาวนาพละ (กำลังคือการเจริญ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๘)
[๑๗๒] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สติพละ (กำลังคือสติ) ๒. สมาธิพละ (กำลังคือสมาธิ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๙)
[๑๗๓] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สมถะ๒ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ) ๒. วิปัสสนา๓ (ความเห็นแจ้ง)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๐)
เชิงอรรถ :
๑ อินทรีย์ ในที่นี้หมายถึงอายตนะภายใน ๖ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ (องฺ.เอกก.อ. ๑/๒๓๐/๒๘๐)
๒ สมถะ หมายถึงสภาวะที่จิตมีอารมณ์เดียว (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๗๓/๗๑)
๓ วิปัสสนา หมายถึงปัญญาที่กำหนดรู้สังขาร (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๗๓/๗๑)

127
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 128 (เล่ม 20)

[๑๗๔] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สีลวิบัติ (ความวิบัติแห่งศีล)
๒. ทิฏฐิวิบัติ (ความวิบัติแห่งทิฏฐิ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๑)
[๑๗๕] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สีลสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยศีล)
๒. ทิฏฐิสัมปทา๑ (ความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๒)
[๑๗๖] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สีลวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งศีล)
๒. ทิฏฐิวิสุทธิ๒ (ความหมดจดแห่งทิฏฐิ)
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๓)
[๑๗๗] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ทิฏฐิวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งทิฏฐิ)
๒. ปธาน (ความเพียร) ที่สมควรแก่สัมมาทิฏฐิ
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๔)
เชิงอรรถ :
๑ ทิฏฐิสัมปทา ในที่นี้หมายถึงความถึงพร้อมด้วยสัมมาทิฏฐิ ๕ ประการ คือ (๑) กัมมัสสกตาสัมมาทิฏฐิ
(๒) ฌานสัมมาทิฏฐิ (๓) วิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ (๔) มัคคสัมมาทิฏฐิ (๕) ผลสัมมาทิฏฐิ
(องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๗๕/๗๑)
๒ ทิฏฐิวิสุทธิ ในที่นี้หมายถึงสัมมาทิฏฐิในอริยมรรค ๔ ที่ให้เกิดความบริสุทธิ์ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๗๖/๗๒)

128