พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 129 (เล่ม 20)

[๑๗๘] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย
๒. ความไม่ท้อถอยในการบำเพ็ญเพียร
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๕)
[๑๗๙] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความหลงลืมสติ ๒. ความไม่มีสัมปชัญญะ
ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๖)
[๑๘๐] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สติ ๒. สัมปชัญญะ
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๗)
สมาปัตติวรรคที่ ๕ จบ
ตติยปัณณาสก์ จบบริบูรณ์

129
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 130 (เล่ม 20)

๑. โกธเปยยาล
[๑๘๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ (ความโกรธ) ๒. อุปนาหะ (ความผูกโกรธ) …
๑. มักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน) ๒. ปฬาสะ (ความตีเสมอ) …
๑. อิสสา (ความริษยา) ๒. มัจฉริยะ (ความตระหนี่) …
๑. มายา (มารยา) ๒. สาเถยยะ (ความโอ้อวด) …
๑. อหิริกะ (ความไม่อายบาป) ๒. อโนตตัปปะ (ความไม่กลัวบาป)
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๑๕)
[๑๘๒] ธรรม ๒ อย่างนี้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ (ความไม่โกรธ) ๒. อนุปนาหะ (ความไม่ผูกโกรธ) …
๑. อมักขะ (ความไม่ลบหลู่คุณท่าน) ๒. อปฬาสะ (ความไม่ตีเสมอ) …
๑. อนิสสา (ความไม่ริษยา) ๒. อมัจฉริยะ (ความไม่ตระหนี่) …
๑. อมายา (ไม่มีมารยา) ๒. อสาเถยยะ (ความไม่โอ้อวด) ..
๑. หิริ (ความอายบาป) ๒. โอตตัปปะ (ความกลัวบาป)
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล (๖๑๐)
[๑๘๓] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างย่อมอยู่เป็นทุกข์
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ ๒. อุปนาหะ …
๑. มักขะ ๒. ปฬาสะ …
๑. อิสสา ๒. มัจฉริยะ …
๑. มายา ๒. สาเถยยะ …
๑. อหิริกะ ๒. อโนตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมอยู่เป็นทุกข์ (๑๑๑๕)

130
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 131 (เล่ม 20)

[๑๘๔] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างย่อมอยู่เป็นสุข
ธรรม ๒ อย่างอะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ ๒. อนุปนาหะ …
๑. อมักขะ ๒. อปฬาสะ …
๑. อนิสสา ๒. อมัจฉริยะ …
๑. อมายา ๒. อสาเถยยะ …
๑. หิริ ๒. โอตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมอยู่เป็นสุข (๑๖๒๐)
[๑๘๕] ธรรม ๒ อย่างนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมของภิกษุผู้ยังเป็นเสขะ
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ ๒. อุปนาหะ …
๑. มักขะ ๒. ปฬาสะ …
๑. อิสสา ๒. มัจฉริยะ …
๑. มายา ๒. สาเถยยะ …
๑. อหิริกะ ๒. อโนตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมของภิกษุผู้ยังเป็น
เสขะ (๒๑๒๕)
[๑๘๖] ธรรม ๒ อย่างนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมของภิกษุผู้ยังเป็นเสขะ
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ ๒. อนุปนาหะ …
๑. อมักขะ ๒. อปฬาสะ …
๑. อนิสสา ๒. อมัจฉริยะ …
๑. อมายา ๒. อสาเถยยะ …
๑. หิริ ๒. โอตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมของภิกษุผู้ยัง
เป็นเสขะ (๒๖๓๐)

131
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 132 (เล่ม 20)

[๑๘๗] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างย่อมดำรงอยู่ในนรก
เหมือนถูกนำไปฝังไว้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ ๒. อุปนาหะ …
๑. มักขะ ๒. ปฬาสะ …
๑. อิสสา ๒. มัจฉริยะ …
๑. มายา ๒. สาเถยยะ …
๑. อหิริกะ ๒. อโนตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมดำรงอยู่ในนรก
เหมือนถูกนำไปฝังไว้ (๓๑๓๕)
[๑๘๘] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างย่อมดำรงอยู่ใน
สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ ๒. อนุปนาหะ …
๑. อมักขะ ๒. อปฬาสะ …
๑. อนิสสา ๒. อมัจฉริยะ …
๑. อมายา ๒. อสาเถยยะ …
๑. หิริ ๒. โอตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แลย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์
เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ (๓๖๔๐)
[๑๘๙] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง
หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

132
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 133 (เล่ม 20)

ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. โกธะ ๒. อุปนาหะ …
๑. มักขะ ๒. ปฬาสะ …
๑. อิสสา ๒. มัจฉริยะ …
๑. มายา ๒. สาเถยยะ …
๑. อหิริกะ ๒. อโนตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล
หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก (๔๑๔๕)
[๑๙๐] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง
หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
ธรรม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ ๒. อนุปนาหะ …
๑. อมักขะ ๒. อปฬาสะ …
๑. อนิสสา ๒. อมัจฉริยะ …
๑. อมายา ๒. อสาเถยยะ …
๑. หิริ ๒. โอตตัปปะ …
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล
หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ (๔๖๕๐)
โกธเปยยาล จบ
๒. อกุสลเปยยาล
[๑๙๑๒๐๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย อกุศลธรรม ๒ อย่างนี้
… กุศลธรรม ๒ อย่างนี้ … ธรรมที่มีโทษ ๒ อย่างนี้ … ธรรมที่ไม่มีโทษ ๒

133
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 134 (เล่ม 20)

อย่างนี้ … ธรรมที่มีทุกข์เป็นกำไร ๒ อย่างนี้ … ธรรมที่มีสุขเป็นกำไร ๒ อย่างนี้ …
ธรรมที่มีวิบากเป็นทุกข์ ๒ อย่างนี้ … ธรรมที่มีวิบากเป็นสุข ๒ อย่างนี้ … ธรรม
ที่มีความเบียดเบียน ๒ อย่างนี้ … ธรรมที่ไม่มีความเบียดเบียน ๒ อย่างนี้
ธรรมที่ไม่มีความเบียดเบียน ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อักโกธะ (ความไม่โกรธ) ๒. อนุปนาหะ (ความไม่ผูกโกรธ) …
๑. อมักขะ (ความไม่ลบหลู่คุณท่าน) ๒. อปฬาสะ (ความไม่ตีเสมอ) …
๑. อนิสสา (ความไม่ริษยา) ๒. อมัจฉริยะ (ความไม่ตระหนี่) …
๑. อมายา (ไม่มีมารยา) ๒. อสาเถยยะ (ความไม่โอ้อวด) ..
๑. หิริ (ความอายบาป) ๒. โอตตัปปะ (ความกลัวบาป)
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่ไม่มีความเบียดเบียน ๒ อย่างนี้แล (๑๕๐)
อกุสลเปยยาล จบ
๓. วินยเปยยาล
[๒๐๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตบัญญัติสิกขาบทแก่
เหล่าสาวกโดยอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้
อำนาจประโยชน์ ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์
๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์
๑. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก
๒. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม
๑. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต

134
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 135 (เล่ม 20)

๑. เพื่อปิดกั้นเวรทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดเวรทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นโทษทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดโทษทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นภัยทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดภัยทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นอกุศลธรรมทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดอกุศลธรรมทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่ออนุเคราะห์คฤหัสถ์
๒. เพื่อตัดฝักฝ่ายของภิกษุผู้ปรารถนาชั่ว
๑. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส
๒. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของคนที่เลื่อมใสแล้ว
๑. เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม
๒. เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย๑
ตถาคตบัญญัติสิกขาบทแก่เหล่าสาวกโดยอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้แล (๑๑๐)
[๒๐๒๒๓๐] ตถาคตบัญญัติปาติโมกข์แก่เหล่าสาวก … บัญญัติการสวด
ปาติโมกข์ … บัญญัติการงดสวดปาติโมกข์ … บัญญัติปวารณา … บัญญัติการงด
ปวารณา … บัญญัติตัชชนียกรรม … บัญญัตินิยสกรรม … บัญญัติปัพพาชนียกรรม …
บัญญัติปฏิสารณียกรรม … บัญญัติอุกเขปนียกรรม … บัญญัติการให้ปริวาส …
เชิงอรรถ :
๑ เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย หมายถึงเพื่อเชิดชู ค้ำจุน ประคับประคองพระวินัย ๔ อย่าง คือสังวรวินัย ปหานวินัย
สมถวินัย ปัญญัติวินัย (วิ.อ. ๑/๓๙/๒๓๖๒๓๗)

135
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 136 (เล่ม 20)

บัญญัติการชักเข้าหาอาบัติเดิม … บัญญัติการให้มานัต … บัญญัติอัพภาน …
บัญญัติการเรียกเข้าหมู่ … บัญญัติการขับออกจากหมู่ … บัญญัติการอุปสมบท …
บัญญัติญัตติกรรม … บัญญัติญัตติทุติยกรรม … บัญญัติญัตติจตุตถกรรม …
บัญญัติสิกขาบทที่ยังไม่ได้บัญญัติ … บัญญัติเพิ่มเติมสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้ว …
บัญญัติสัมมุขาวินัย … บัญญัติสติวินัย … บัญญัติอมูฬหวินัย … บัญญัติ-
ปฏิญญาตกรณะ … บัญญัติเยภุยยสิกา … บัญญัติตัสสปาปิยสิกา … บัญญัติ
ติณวัตถารกะโดยอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้
อำนาจประโยชน์ ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์
๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์
๑. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก
๒. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม
๑. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นเวรทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดเวรทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นโทษทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดโทษทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นภัยทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดภัยทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่อปิดกั้นอกุศลธรรมทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๒. เพื่อกำจัดอกุศลธรรมทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต
๑. เพื่ออนุเคราะห์คฤหัสถ์
๒. เพื่อตัดฝักฝ่ายของภิกษุผู้ปรารถนาชั่ว

136
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 137 (เล่ม 20)

๑. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส
๒. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของคนที่เลื่อมใสแล้ว
๑. เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม
๒. เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย
ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตบัญญัติติณวัตถารกะแก่เหล่าสาวกโดยอาศัยอำนาจ
ประโยชน์ ๒ ประการนี้แล (๑๑๓๐๐)
วินยเปยยาล จบ
๔. ราคเปยยาล
[๒๓๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญธรรม ๒
ประการเพื่อรู้ยิ่งราคะ
ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. สมถะ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ) ๒. วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง)
ภิกษุควรเจริญธรรม ๒ ประการนี้เพื่อรู้ยิ่งราคะ …
เพื่อกำหนดรู้ราคะ(ความกำหนัด) … เพื่อความสิ้นราคะ … เพื่อละราคะ …
เพื่อความสิ้นไปแห่งราคะ … เพื่อความเสื่อมไปแห่งราคะ … เพื่อความคลายไปแห่ง
ราคะ … เพื่อความดับแห่งราคะ ฯลฯ เพื่อความสละราคะ … เพื่อความสละคืน
ราคะ ภิกษุควรเจริญธรรม ๒ ประการนี้ ฯลฯ (๑๑๐)
[๒๓๒๒๔๖] เพื่อรู้ยิ่งโทสะ(ความคิดประทุษร้าย) … เพื่อกำหนดรู้โทสะ …
เพื่อความสิ้นโทสะ … เพื่อละโทสะ … เพื่อความสิ้นไปแห่งโทสะ … เพื่อความเสื่อมไป
แห่งโทสะ … เพื่อความคลายไปแห่งโทสะ … เพื่อความดับไปแห่งโทสะ … เพื่อความ
สละโทสะ … เพื่อความสละคืนโทสะ … โมหะ(ความหลง) … โกธะ(ความโกรธ) …
อุปนาหะ(ความผูกโกรธ) … มักขะ(ความลบหลู่คุณท่าน) … ปฬาสะ(ความตีเสมอ) …
อิสสา (ความริษยา) … มัจฉริยะ(ความตระหนี่) … มายา(มารยา) … สาเถยยะ (ความ
โอ้อวด) … ถัมภะ(ความหัวดื้อ) … สารัมภะ(ความแข่งดี) … มานะ(ความถือตัว) …
อติมานะ(ความดูหมิ่นเขา) … มทะ(ความมัวเมา) … ปมาทะ(ความประมาท) …

137
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ 138 (เล่ม 20)

ภิกษุควรเจริญธรรม ๒ ประการนี้
ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. สมถะ ๒. วิปัสสนา
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญธรรม ๒ ประการนี้เพื่อสลัดความประมาท (๑๑๑๗๐)
(เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ ภิกษุเหล่านั้นมีใจยินดี ต่างชื่นชมภาษิตของ
พระผู้มีพระภาค)
ราคเปยยาล จบ
ทุกนิบาต จบบริบูรณ์

138