พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 293 (เล่ม 8)

๑. กำลังให้โพนทะนา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีสาปแช่งตนเอง หรือผู้อื่น ด้วยนรกหรือด้วยพรหมจรรย์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังสาปแช่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อสาปแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ทุบตีตนแต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ
รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ
๓. นหานวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๓] ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังอาบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. อาบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

293
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 294 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีเลาะ หรือใช้ให้เลาะจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ขวนขวายเพื่อให้เย็บ
ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีให้วาระผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิที่มีกำหนดระยะเวลา ๕ วัน ล่วงเลยไป ต้อง
อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อห่มแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีทำอันตรายแก่จีวรที่คณะจะพึงได้ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชกหรือแก่ปริพาชิกา ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

294
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 295 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาลด้วยความหวังในจีวรที่เลื่อนลอย ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ล่วงไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้ล่วงไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีคัดค้านการเดาะกฐินที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
นหานวรรคที่ ๓ จบ
๔. ตุวัฏฏวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๔] ภิกษุณี ๒ รูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณี ๒ รูป ใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

295
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 296 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีจงใจก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังก่อ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อก่อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีไม่ดูแลช่วยเหลือ หรือไม่ใส่ใจมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลช่วยเหลือสหชีวินี
ผู้ได้รับความลำบาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไป ต้องอาบัติ ๒
อย่าง คือ
๑. กำลังฉุดลากออกไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อฉุดลากออกไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีผู้อยู่คลุกคลีไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย
น่ากลัวภายในรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

296
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 297 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย
น่ากลัวภายนอกรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์
ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ
๕. จิตตาคารวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๕] ภิกษุณีไปดูโรงละครหลวง หอจิตรกรรม สวนสาธารณะ อุทยาน หรือ
สระโบกขรณี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ยืนในที่ที่มองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีใช้ตั่งยาวหรือแท่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

297
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 298 (เล่ม 8)

๑. กำลังใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังกรอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกรอแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีขอร้องอยู่ว่า “แม่เจ้า โปรดมาช่วยระงับอธิกรณ์นี้ด้วยเถิด”
รับปากแล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยระงับ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีให้ของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชก หรือแก่
ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่ยอมสละ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

298
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 299 (เล่ม 8)

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีไม่สละ๑ ที่พักแล้วหลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ พ้นเขตไป ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีเรียนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเรียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีสอนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังสอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท
จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ไม่สละ คือไม่บอกมอบหมายให้ผู้อื่นช่วยดูแลรักษาที่พัก (วิ.อ. ๒/๑๐๐๘/๕๑๐)

299
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 300 (เล่ม 8)

๖. อารามวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๖] ภิกษุณีรู้อยู่เข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุโดยไม่บอก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าเขต ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังด่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีขึ้งเคียดบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบริภาษ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีผู้ได้รับนิมนต์แล้วบอกห้ามภัตตาหารแล้ว ฉันของเคี้ยวหรือของฉัน
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังหวง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อหวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

300
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 301 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ตั้งใจว่าจะจำพรรษาแล้วจัดแจงเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ
ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. พออรุณขึ้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยฐานะ ๓ ต้องอาบัติ
๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท หรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ถามโอวาทบ้าง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ใช้ให้บ่งฝีหรือบาดแผลที่เกิดในร่มผ้าอยู่กันสอง
ต่อสองกับชาย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้บ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบ่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
อารามวรรคที่ ๖ จบ

301
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 302 (เล่ม 8)

๗. คัพภินีวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๗] ภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปีแล้ว
แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวมีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

302