พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 283 (เล่ม 8)

๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์
จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑
[๒๒๙] ภิกษุณีผู้ก่อคดีพิพาท ก่อคดีขึ้น ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. บอกเรื่องของคนหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. บอกเรื่องของคนที่สอง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่อศาลตัดสินแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีบวชให้สตรีผู้เป็นโจร ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีผู้เข้าไปสู่ละแวกหมู่บ้านรูปเดียว ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณรั้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีเรียกภิกษุณีที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันลงอุกเขปนียกรรมโดยธรรม โดยวินัย
โดยสัตถุศาสน์ให้กลับเข้าหมู่ โดยไม่บอกการกสงฆ์๑ ไม่รู้ฉันทะของคณะ ต้องอาบัติ
๓ อย่าง คือ
เชิงอรรถ :
๑ การกสงฆ์ หมายถึงสงฆ์หมู่หนึ่งผู้ดำเนินการในกิจสำคัญ เช่น การสังคายนาหรือสังฆกรรมต่างๆ

283
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 284 (เล่ม 8)

๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีกำหนัด รับของเคี้ยวหรือของฉันจากมือชายผู้กำหนัดด้วยมือของตนแล้ว
ฉัน ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. รับประเคนไว้ด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๒. ฉัน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำกลืน
๓. รับประเคนน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติทุกกฏ
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “แม่เจ้า ชายผู้นี้จะกำหนัดหรือไม่กำหนัดก็ตาม
ก็ทำอะไรท่านไม่ได้ เพราะท่านไม่กำหนัด นิมนต์เถิดแม่เจ้า ชายผู้นี้จะถวายสิ่งใดจะ
เป็นของเคี้ยวหรือของฉันก็ตามแก่ท่าน ท่านจงรับประเคนของนั้นด้วยมือของตนแล้ว
เคี้ยวหรือฉันเถิด” ดังนี้ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. รับประเคนตามคำของภิกษุณีนั้นด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้อง อาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุกๆ คำกลืน
๓. ฉันเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีผู้โกรธ ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง
ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ

284
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 285 (เล่ม 8)

๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีผู้ถูกตัดสินให้แพ้คดีในอธิกรณ์เรื่องหนึ่ง โกรธ ไม่ยอมสละกรรม จน
กระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีผู้อยู่คลุกคลีกัน ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์
ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีผู้ส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “น้องหญิงทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอยู่คลุกคลีกัน
อย่าแยกกันอยู่เลย” ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง
ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบท จบ

285
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 286 (เล่ม 8)

๓. นิสสัคคิยกัณฑ์
จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๐] ภิกษุณีทำการสะสมบาตร ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีอธิษฐานอกาลจีวรเป็นกาลจีวร แล้วให้แจกกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้แจกกัน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้แจกกันเสร็จแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีแลกเปลี่ยนจีวรกับภิกษุณีแล้วแย่งชิงเอาคืน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังชิงเอา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อชิงเสร็จแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีผู้ออกปากขอสิ่งของอย่างหนึ่งแล้วออกปากขอสิ่งของอย่างอื่น ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ขอเสร็จแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีผู้ให้ซื้อของอย่างหนึ่งแล้ว สั่งให้ซื้อของอย่างอื่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

286
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 287 (เล่ม 8)

๑. กำลังให้ซื้อ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. สั่งให้ซื้อแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีผู้ให้เอาบริขารที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่เขาถวาย
อุทิศของอย่างหนึ่ง ที่เขาบริจาคแก่สงฆ์ แลกเปลี่ยนของอย่างอื่น ต้องอาบัติ ๒
อย่าง คือ
๑. กำลังให้แลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ให้แลกเปลี่ยนแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีผู้ให้เอาบริขารที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่เขาถวาย
อุทิศของอย่างหนึ่ง ที่เขาบริจาคแก่สงฆ์ที่ขอมาเอง แลกเปลี่ยนของอย่างอื่น
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้แลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ให้แลกเปลี่ยนแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีผู้ให้เอาบริขารที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่เขาถวาย
อุทิศของอย่างหนึ่ง ที่เขาบริจาคแก่ภิกษุณีจำนวนมาก แลกเปลี่ยนของอย่างหนึ่ง
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้แลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ให้แลกเปลี่ยนแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีผู้ให้เอาบริขารที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่เขาถวาย
อุทิศของอย่างหนึ่ง ที่เขาบริจาคแก่ภิกษุณีจำนวนมากที่ขอมาเอง แลกเปลี่ยนของ
อย่างอื่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

287
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 288 (เล่ม 8)

๑. กำลังให้แลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ให้แลกเปลี่ยนแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีผู้ให้เอาบริขารที่เขาถวายเพื่อประโยชน์แก่ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่เขาถวายอุทิศ
ของอย่างหนึ่ง ที่เขาบริจาคแก่บุคคลที่ขอมาเอง แลกเปลี่ยนของอย่างอื่น ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้แลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. ให้แลกเปลี่ยนแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๑
ภิกษุณีผู้ขอผ้าห่มหนาราคาเกินกว่า ๔ กังสะเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อขอเสร็จแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๒
ภิกษุณีผู้ขอผ้าห่มบางราคาเกินกว่า ๒ กังสะครึ่งเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อขอเสร็จแล้ว ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑๒ สิกขาบท จบ

288
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 289 (เล่ม 8)

๔. ปาจิตติยกัณฑ์
จำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์
๑. ลสุณวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๑] ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้ถอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีใช้ฝ่ามือตบองค์กำเนิด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังตบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อตบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีใช้ท่อนยาง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ องคุลีเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

289
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 290 (เล่ม 8)

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีปรนนิบัติภิกษุผู้กำลังฉันด้วยน้ำดื่มหรือด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยืนอยู่ในระยะหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ยืนพ้นระยะหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีออกปากขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดนภาย
นอกฝา หรือภายนอกกำแพง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดน
บนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

290
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 291 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ยืนอยู่ในที่ที่พอจะมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ลสุณวรรคที่ ๑ จบ
๒. รัตตันธการวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๒] ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในเวลาค่ำคืนไม่มีประทีป ต้อง
อาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในโอกาสที่กำบัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในที่แจ้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ

291
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 292 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในถนน หรือตรอกตัน หรือทางสามแพร่ง
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะแล้วจากไปโดยไม่
บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณชายคา ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลภายหลังฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน
ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาล ปู หรือใช้ให้ปูที่นอนโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน
แล้วนั่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีเพราะเข้าใจผิด เพราะใคร่ครวญผิดให้ผู้อื่นโพนทะนา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

292