พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 273 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการเลาะจีวรแล้วไม่เย็บ
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการไม่ผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิตามกำหนด
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการทำอันตรายแก่จีวรลาภของคณะ
สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรม
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการให้สมณจีวรแก่ผู้ไม่ใช่ภิกษุณี
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาล
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการคัดค้านการเดาะกฐินที่ชอบธรรม
๔. ตุวัฏฏวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการนอนบนเตียงเดียวกัน
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญ
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการไม่ใส่ใจดูแลเพื่อนภิกษุณี
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการฉุดลากออก
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการอยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์
สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายในรัฐ
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายนอกรัฐ
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการไม่หลีกจาริกไป
๕. จิตตาคารวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการไปดูโรงละครหลวง
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ตั่งหรือแท่น
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการกรอด้าย
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการไม่ช่วยระงับอธิกรณ์
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการให้ของเคี้ยวของฉันแก่นักฟ้อนเป็นต้น

273
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 274 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่สละ
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่สละที่พัก
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการเรียนดิรัจฉานวิชา
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการสอนดิรัจฉานวิชา
๖. อารามวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการเข้าอารามโดยไม่บอก
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการด่าบริภาษภิกษุ
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบริภาษคณะ
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการฉันของเคี้ยวของฉันเมื่อห้ามภัตตาหารแล้ว
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยความหวงตระกูล
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ
สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่รับโอวาทเป็นต้น
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการไม่ถามอุโบสถเป็นต้น
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการให้บ่งฝีในร่มผ้า
๗. คัพภินีวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการบวชให้สตรีมีครรภ์
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนม
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาธรรม
๖ ข้อตลอด ๒ ปี
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาที่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี
แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขา
สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการบวชให้หญิงที่มีครอบครัวที่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ

274
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 275 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการไม่อนุเคราะห์สหชีวินีตลอด ๒ ปี
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการไม่ติดตามปวัตตินีตลอด ๒ ปี
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการไม่พาสหชีวินีหลีกไป
๘. กุมารีภูตวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีที่ยังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ข้อ
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการบวชให้กุมารีที่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ เป็นปวัตตินี
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ เป็นปวัตตินี
แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการบ่นว่าภายหลัง
สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการบอกสิกขมานาให้ถวายจีวรแล้วไม่บวชให้
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการบอกสิกขมานาให้ติดตามตลอด ๒ ปี แล้วไม่บวชให้
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชาย
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
สิกขาบทที่ ๑๑ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะ
สิกขาบทที่ ๑๒ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปี
สิกขาบทที่ ๑๓ ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาปีละ ๒ รูป
๙. ฉัตตุปาหนวรรค
สิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยภิกษุณีผู้ไม่เป็นไข้กั้นร่มและสวมรองเท้า
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการเดินทางด้วยยานพาหนะ
สิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับเอว
สิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับของสตรี
สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการใช้ของหอมเครื่องย้อมผิว
สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการใช้ผงแป้งอบกลิ่น

275
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 276 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการให้บีบนวด
สิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการใช้สิกขมานาบีบนวด
สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการใช้สามเณรีให้บีบนวด
สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการใช้หญิงคฤหัสถ์ให้บีบนวด
สิกขาบทที่ ๑๑ ว่าด้วยการนั่งบนอาสนะโดยไม่ขอโอกาสก่อน
สิกขาบทที่ ๑๒ ว่าด้วยการถามปัญหาภิกษุโดยไม่ขอโอกาส
สิกขาบทที่ ๑๓ ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านโดยไม่มีผ้ารัดถัน
รวมวรรคที่มีในปาจิตติยกัณฑ์
๑. ลสุณวรรค ๒. รัตตันธการวรรค
๓. นหานวรรค ๔. ตุวัฏฏวรรค
๕. จิตตาคารวรรค ๖. อารามวรรค
๗. คัพภินีวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค
๙. ฉัตตุปาหนวรรค
๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสถานที่บัญญัติเป็นต้นในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑
[๒๒๗] ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้
ทรงเห็น ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอเนยใสมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอเนยใสมาฉัน

276
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 277 (เล่ม 8)

ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ
บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๒
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอน้ำมันมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอน้ำมันมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๒ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๓
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอน้ำผึ้งมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอน้ำผึ้งมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๓ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ

277
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 278 (เล่ม 8)

ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๔
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอน้ำอ้อยมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอน้ำอ้อยมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๔ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๕
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอปลามาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอปลามาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๕ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๖
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอเนื้อมาฉัน ณ ที่ไหน

278
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 279 (เล่ม 8)

ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอเนื้อมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๖ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๗
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอนมสดมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี
ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอนมสดมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๗ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น
ทรงบัญญัติปาฏิเทสนียะแก่ภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ณ ที่ไหน
ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี

279
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 280 (เล่ม 8)

ถาม : ทรงปรารภใคร
ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ถาม : เพราะเรื่องอะไร
ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน
ในปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิด
ทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิด
ทางจิต (๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต
ปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท จบ
รวมสิกขาบทที่มีในปาฏิเทสนียะกัณฑ์
พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท ด้วยพระองค์เอง คือ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑ ว่าด้วยการออกปากขอเนยใส
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการออกปากขอน้ำมัน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๓ ว่าด้วยการออกปากขอน้ำผึ้ง
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๔ ว่าด้วยการออกปากขอน้ำอ้อย
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการออกปากขอปลา
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการออกปากขอเนื้อ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๗ ว่าด้วยการออกปากขอนมสด
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ว่าด้วยการออกปากขอนมเปรี้ยว
สิกขาบทที่พิสดารในภิกขุวิภังค์ ย่อลงในภิกขุนีวิภังค์
กัตถปัญญัติวารที่ ๑ จบ

280
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 281 (เล่ม 8)

๒. กตาปัตติวาร
วาระว่าด้วยต้องอาบัติเท่าไร
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๒๘] ถาม : ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้อง
อาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติ ๓
อย่าง คือ
๑. ยินดีการจับต้องบริเวณใต้รากขวัญลงมา เหนือหัวเข่าขึ้นไป ต้องอาบัติ
ปาราชิก
๒. ยินดีการจับต้องบริเวณเหนือรากขวัญขึ้นไป ใต้หัวเข่าลงมา ต้องอาบัติ
ถุลลัจจัย
๓. ยินดีการจับต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติ ๓ อย่าง
เหล่านี้
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๖
ถาม : ภิกษุณีผู้ปกปิดโทษ ปกปิดโทษไว้ ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุณีผู้ปกปิดโทษ ปกปิดโทษไว้ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. รู้อยู่ปกปิดธรรมคือปาราชิก ต้องอาบัติปาราชิก
๒. สงสัยปกปิดไว้ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. ปกปิดอาจารวิบัติ ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุณีผู้ปกปิดโทษ ปกปิดโทษไว้ ต้องอาบัติ ๓ อย่างเหล่านี้

281
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 282 (เล่ม 8)

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๗
ถาม : ภิกษุณีผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม๑ ไม่ยอมสละกรรม
จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุณีผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ไม่ยอมสละกรรม
จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุณีผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ไม่ยอมสละกรรม
จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่างเหล่านี้
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๘
ถาม : ภิกษุณีผู้ทำวัตถุครบทั้ง ๘ ประการ ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุณีผู้ทำวัตถุครบทั้ง ๘ ประการ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. ที่ชายสั่งว่า “จงไปยังห้องชื่อนี้” แล้วเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. พอย่างเข้าช่วงแขนของชาย๒ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่อทำวัตถุครบทั้ง ๘ ประการ ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุณีผู้ทำวัตถุครบทั้ง ๘ ประการ ต้องอาบัติ ๓ อย่างเหล่านี้
ปาราชิก ๘ สิกขาบท จบ
เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมตัดสิทธิชั่วคราวโดยยกออกจากหมู่ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ คือไม่ให้
ฉันร่วม ไม่ให้อยู่ร่วม ไม่ให้มีสิทธิ์เสมอกับภิกษุทั้งหลาย จนกว่าสงฆ์จะยอมระงับกรรมนั้น
๒ ช่วงแขน คือหัตถบาส ได้แก่ระยะที่เหยียดแขนออกไปจับตัวอีกคนหนึ่งได้

282