พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 303 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม
๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ
ตลอด ๒ ปี แต่ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้วไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้อนุเคราะห์ตลอด ๒ ปี ต้อง
อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้บวชให้ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้ว ไม่พาหลีกไป ไม่ให้พาหลีกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติปาจิตตีย์
คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ

303
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 304 (เล่ม 8)

๘. กุมารีภูตวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๘] ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ
ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด
๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ

304
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 305 (เล่ม 8)

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีผู้อันสงฆ์กล่าวอยู่ว่า “แม่เจ้า ท่านอย่าบวชให้กุลธิดาเลย” รับคำแล้ว
ภายหลังกลับบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบ่นว่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่เรา เราก็จะบวช
ให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักติดตามเราตลอด ๒ ปี
เราก็จะบวชให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชาย คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ดุร้าย ผู้ทำชาย
ให้ระทมโศก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

305
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 306 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ที่มารดาบิดาหรือสามียังไม่ได้อนุญาต ต้องอาบัติ
๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๑
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะ๑ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๒
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๓
ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ๒ รูป ใน ๑ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ดูรายละเอียดใน วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๑๖๖๑๑๖๗/๓๕๑๓๕๒ (เชิงอรรถ)

306
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 307 (เล่ม 8)

๙. ฉัตตุปาหนวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๒๓๙] ภิกษุณีกั้นร่มและสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังโดยสารไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อโดยสารไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีใช้เครื่องประดับของสตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีสรงสนานด้วยของหอมและเครื่องย้อมผิว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

307
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 308 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีสรงสนานด้วยแป้งอบกลิ่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีใช้ภิกษุณีให้บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีใช้สิกขมานาบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุณีใช้สามเณรีบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุณีใช้หญิงคฤหัสถ์บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๑
ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนแล้วนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

308
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 309 (เล่ม 8)

๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๒
ภิกษุณีถามปัญหาภิกษุที่ตนยังไม่ได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังถาม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สิกขาบทที่ ๑๓
ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่เขตรั้ว ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ
ขุททกสิกขาบท จบ
๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑
[๒๔๐] ภิกษุณีออกปากขอเนยใสมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๒
ภิกษุณีออกปากขอน้ำมันมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน

309
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 310 (เล่ม 8)

ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๓
ภิกษุณีออกปากขอน้ำผึ้งมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๔
ภิกษุณีออกปากขอน้ำอ้อยงบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๕
ภิกษุณีออกปากขอปลามาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๖
ภิกษุณีออกปากขอเนื้อมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๗
ภิกษุณีออกปากขอนมสดมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน

310
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 311 (เล่ม 8)

ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท จบ
กตาปัตติวารที่ ๒ จบ
๓. วิปัตติวาร
วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบวิบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๔๑] ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด
บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร
ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดา
วิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๒ อย่าง คือ (๑) สีลวิบัติ (๒) อาจารวิบัติ
ฯลฯ
๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบวิบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง
จัดเป็นวิบัติเท่าไร

311
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 312 (เล่ม 8)

ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง
จัดเป็นวิบัติ ๑ อย่าง คือ อาจารวิบัติ
วิปัตติวารที่ ๓ จบ
๔. สังคหวาร
วาระว่าด้วยการจัดเข้ากองอาบัติ
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจัดกองอาบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๔๒] ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด
บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร
ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้กำหนัดยินดีการถูกต้องกายของชายผู้กำหนัด บรรดา
กองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๓ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาราชิก (๒) กอง
อาบัติถุลลัจจัย (๓) กองอาบัติทุกกฏ
ฯลฯ
๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจัดกองอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดากองอาบัติ ๗ กอง
จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร
ตอบ : อาบัติของภิกษุณีผู้ออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน บรรดากองอาบัติ ๗ กอง
จัดเข้ากองอาบัติ ๒ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาฏิเทสนียะ (๒) กองอาบัติทุกกฏ
สังคหวารที่ ๔ จบ

312