พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 223 (เล่ม 26)

๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการทำลายกิเลส
[๒๐๑] ภิกษุเป็นบุตรของอัมพปาลี ที่หมู่ชนเรียกกันว่า ทุมะ เกิดเพราะพระเจ้า
พิมพิสาร ท่านผู้เป็นบุตรของท่านผู้ทรงไว้ซึ่งธงคือพระเจ้าแผ่นดิน ทำลาย
ธงใหญ่ คือ กิเลสได้ด้วยปัญญาแล้ว.
๕. อุกเขปกฏวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้สงบ
[๒๐๒] ภิกษุผู้สงบดีแล้ว มีความปราโมทย์อย่างยิ่ง ย่อมกล่าวพระพุทธวจนะที่
ได้เล่าเรียนมาหลายปีในสำนักของอุกเขปกฏวัจฉภิกษุ แก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย.
๖. เมฆิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสอน
[๒๐๓] พระมหาวีรเจ้าผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวงได้สั่งสอนเรา เราฟังธรรมของ
พระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในสำนักของพระองค์ เราได้บรรลุวิชชา ๓
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำเสร็จแล้ว.
๗. เอกธรรมสวนิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเผากิเลส
[๒๐๔] กิเลสทั้งหลายเราเผาแล้ว ภพทั้งปวงเราถอนขึ้นแล้ว ชาติสงสารของเรา
สิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มีต่อไป.
๘. เอกุทนิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ไม่มีความโศก
[๒๐๕] ความโศกทั้งหลายย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้มีจิตมั่น ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษา
ในคลองแห่งโมไนย ผู้คงที่ ผู้สงบระงับ มีสติทุกเมื่อ.

223
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 224 (เล่ม 26)

๙. ฉันนเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญรสพระธรรม
[๒๐๖] เราพึงธรรมมีรสอันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระมหาสมณะ
ได้ดำเนินไปสู่ทางอันพระพุทธเจ้าผู้มีญาณอันประเสริฐ กล่าว คือ ความ
เป็นผู้รู้ธรรมทั้งปวง ทรงแสดงไว้แล้ว เพื่อบรรลุอมตธรรม พระผู้มี
พระภาคพระองค์นั้น ทรงเป็นผู้ฉลาดในทางอันเกษมจากโยคะ.
๑๐. ปุณณเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญศีลและปัญญา
[๒๐๗] ในโลกนี้ ศีลเท่านั้นเป็นเลิศ แต่ผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด ความชนะย่อมมี
เพราะศีลและปัญญา ทั้งในหมู่มนุษย์และหมู่เทวดา.
____________________________
ในวรรคนี้ รวมพระเถระ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระวัปปเถระ ๒. พระวัชชีปุตตกเถระ
๓. พระปักขเถระ ๔. พระวิมลโกณฑัญญเถระ
๕. พระอุเขปกฏวัจฉเถระ ๖. พระเมฆิยเถระ
๗. พระเอกธรรมสวนิยเถระ ๘. พระเอกุทานิยเถระ
๙. พระฉันนเถระ ๑๐. พระปุณณเถระ.
จบ วรรคที่ ๗
________________________________

224
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 225 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๘
๑. วัจฉปาลเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบรรลุนิพพาน
[๒๐๘] พระโยคาวจรผู้มีปกติเห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียด ผู้มีปัญญา
เฉียบแหลม ผู้ประพฤติศีลของพระพุทธเจ้าโดยเอื้อเฟื้อ พึงได้บรรลุ
นิพพานโดยไม่ยาก.
๒. อาตุมเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการออกบวช
[๒๐๙] หน่อไม้มียอดอันงอกงาม เจริญด้วยกิ่งก้านโดยรอบ ย่อมเป็นของที่
บุคคลขุดขึ้นได้โดยยาก ฉันใด เมื่อคุณแม่นำภรรยามาให้แก่ฉันแล้ว
ถ้าฉันมีบุตรหรือธิดาขึ้น ก็ยากที่จะถอนตนขึ้นออกบวชได้ ฉันนั้น
เพราะฉะนั้น ฉันจะบวชในบัดนี้.
๓. มาณวเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการออกบวช
[๒๑๐] ฉันเห็นคนแก่ คนเจ็บหนัก และคนที่ตายตามอายุขัยแล้ว จึงละได้
ซึ่งกามารมณ์อันเป็นของรื่นรมย์ใจ แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต.
๔. สุยามนเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับพระดี
[๒๑๑] ความพอใจในเบญจกามคุณ ความพยาบาท ความง่วงเหงาหาวนอน
ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ และความสงสัย ย่อมไม่มีแก่ภิกษุ โดยประการ
ทั้งปวง.

225
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 226 (เล่ม 26)

๕. สุสารทเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพบเห็นคนดี
[๒๑๒] การเห็นสัตบุรุษทั้งหลายผู้เพรียบพร้อมด้วยศีลาทิคุณ ย่อมยังประโยชน์
ให้สำเร็จ เป็นเหตุตัดความสงสัยเสียได้ ทำความรู้ให้เจริญงอกงาม
สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมกระทำพาลชนให้เป็นบัณฑิตได้ เพราะฉะนั้น
การสมาคมกับสัตบุรุษ จึงยังประโยชน์ให้สำเร็จได้.
๖. ปิยัญชหเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเลือกทางที่ดี
[๒๑๓] เมื่อผู้อื่นยกตน ควรถ่อมตน เมื่อผู้อื่นตกต่ำ ควรยกตนขึ้น เมื่อผู้อื่นไม่
ประพฤติพรหมจรรย์ ควรประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อผู้อื่นยินดีในกามคุณ
ไม่ควรยินดีในกามคุณ.
๗. หัตถาโรหปุตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการฝึกจิต
[๒๑๔] แต่ก่อน จิตนี้เคยจาริกไปในอารมณ์ต่างๆ ตามความปรารถนา ตามความ
ต้องการ ตามความสบาย วันนี้ เราจักข่มจิตนั้นโดยอุบายอันชอบ
เหมือนนายควาญช้างผู้ฉลาด ข่มขี่ช้างผู้ซับมันไว้ได้ด้วยขอ ฉะนั้น.
๘. เมณฑสิรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับกองทุกข์
[๒๑๕] เมื่อเรายังมิได้ประสบญาณ ได้ท่องเที่ยวไปในสงสารสิ้นชาติมิใช่น้อย
เรานั้นเกิดมาแล้วในกองทุกข์ กำจัดกองทุกข์ได้แล้ว.
๙. รักขิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้เยือกเย็น
[๒๑๖] เราละราคะได้ทั้งหมดแล้ว ถอนโทสะได้หมดแล้ว เรามีโมหะทั้งปวงไป
ปราศแล้ว เป็นผู้เยือกเย็น ดับความร้อนได้แล้ว.

226
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 227 (เล่ม 26)

๑๐. อุคคเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการสิ้นกรรม
[๒๑๗] กรรมใดที่เราได้ทำไว้แล้ว น้อยหรือมากก็ตาม กรรมทั้งหมดนั้นสิ้นไป
แล้ว บัดนี้ การเกิดในภพใหม่ไม่มี.
____________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระวัจฉปาลเถระ ๒. พระอาตุมเถระ
๓. พระมาณวเถระ ๔. พระสุยามนเถระ
๕. พระสุสารทเถระ ๖. พระปิยัญชหเถระ
๗. พระหัตถาโรหปุตตเถระ ๘. พระเมณฑสิรเถระ
๙. พระรักขิตเถระ ๑๐. พระอุคคเถระ.
จบ วรรคที่ ๘.
_________________________

227
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 228 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๙
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๙
๑. สมิติคุตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับกรรม
[๒๑๘] บาปกรรมใดที่เราได้กระทำไว้แล้วในชาติอื่นๆ ในกาลก่อนเราจึงได้
เสวยผลของบาปกรรมนั้นในอัตภาพนี้เอง เรื่องบาปกรรมอื่นจะไม่มีอีก
ต่อไป.
๒. กัสสปเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเลือกทิศทางที่ถูก
[๒๑๙] ทางทิศาภาคใดๆ มีภักษาหาได้ง่าย มีความเกษม และไม่มีภัย เจ้าจงไป
ทางทิศาภาคนั้นๆ เถิดลูกเอ๋ย ขออย่าให้เจ้าประสบความเศร้าโศกเสียใจ
เลย.
๓. สีหเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความไม่ประมาท
[๒๒๐] ดูกรสีหะ ท่านจงอย่าประมาท อย่าเกียจคร้านทั้งกลางคืนและกลางวัน
จงอบรมกุศลธรรมให้เกิดขึ้น จงละฉันทราคะในอัตภาพเสียโดยเร็วพลัน
เถิด.
๔. นีตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับคนโง่
[๒๒๑] คนโง่เขลา มัวแต่นอนหลับตลอดทั้งคืนและคลุกคลีอยู่ในหมู่ชนตลอดวัน
ยังค่ำ เมื่อไรจักทำที่สุดทุกข์ได้เล่า.

228
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 229 (เล่ม 26)

๕. สุนาคเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม
[๒๒๒] ผู้ฉลาดในการถือเอา ซึ่งนิมิตแห่งภาวนาจิตเสวยรสแห่งวิเวก เพ่งฌาน
ฉลาดในการรักษากัมมัฏฐาน มีสติตั้งมั่น พึงบรรลุนิรามิสสุขอย่าง
แน่นอน.
๖. นาคิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับทางไปนิพพาน
[๒๒๓] ในลัทธิแห่งเดียรถีร์ภายนอกพระศาสนานี้ ย่อมไม่มีทางไปสู่นิพพาน
เหมือนอริยอัฏฐังคิกมรรคนี้เลย พระผู้มีพระภาคผู้เป็นบรมครู ทรงพร่ำ
สอนภิกษุสงฆ์ด้วยพระองค์เอง เหมือนดังทรงแสดงผลมะขามป้อมในฝ่า
พระหัตถ์ ฉะนั้น.
๗. ปวิฏฐเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเห็นเบญจขันธ์
[๒๒๔] เราเห็นเบญจขันธ์ตามความจริงได้แล้ว ทำลายภพทั้งปวงได้แล้ว ชาติ
สงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.
๘. อัชชุนคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการยกคนพ้นกิเลส
[๒๒๕] เราอาจยกตนจากน้ำ คือ กิเลส ขึ้นบนบกคือนิพพานได้ เหมือนคนที่ถูก
ห้วงน้ำใหญ่พัดไปแล้ว ยกตนขึ้นจากน้ำฉะนั้น เราแทงตลอดสัจจะ
ทั้งหลายแล้ว.
๙. เทวสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพ้นกิเลส
[๒๒๖] กามราคะเพียงดังเปือกต้ม และฉันทราคะเพียงดังหล่ม เราข้ามพ้นแล้ว
เราเว้นทิฏฐิราคะเพียงดังบาดาลแล้ว เราพ้นจากโอฆะและกิเลสเครื่อง
ร้อยกรอง ทั้งกำจัดมานะหมดสิ้นแล้ว.

229
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 230 (เล่ม 26)

๑๐. สามิทัตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการรู้เห็นเบญจขันธ์
[๒๒๗] เบญจขันธ์เรากำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ตั้งอยู่ ชาติสงสารสิ้นแล้ว
บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.
_____________________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระสมิติคุตตเถระ ๒. พระกัสสปเถระ
๓. พระสีหเถระ ๔. พระนีตเถระ
๕. พระสุนาคเถระ ๖. พระนาคิตเถระ
๗. พระปวิฏฐเถระ ๘. พระอัชชุนเถระ
๙. พระเทวสภเถระ ๑๐. พระสามิทัตตเถระ.
จบ วรรคที่ ๙
_______________________________________

230
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 231 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐
๑. ปริปุณณกเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญรสพระธรรม
[๒๒๘] สุธาโภชน์มีรสตั้งร้อย ที่เราบริโภคในวันนี้ ก็ไม่เหมือนอมตะที่เราได้
บริโภค พระธรรมที่พระพุทธเจ้าผู้โคดม ทรงเห็นซึ่งธรรมหาประมาณมิได้
ทรงแสดงไว้แล้ว.
๒. วิชยเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญผู้สิ้นอาสวะ
[๒๒๙] ผู้ใดมีอาสวะสิ้นแล้ว ไม่ติดอยู่ในอาหารมีสุญญตวิโมกข์และอนิมิตต
วิโมกข์เป็นโคจร รอยเท้าของผู้นั้นรู้ได้ยาก เหมือนรอยเท้าของฝูงนก
ในอากาศ ฉะนั้น.
๓. เอรกเถรคาถา
สุภาษิตว่าด้วยโทษของกาม
[๒๓๐] ดูกรเอรกะ กามเป็นทุกข์ กามไม่เป็นสุขเลย ผู้ใดใคร่กามผู้นั้นชื่อว่า
ใคร่ทุกข์ ผู้ใดไม่ใคร่กาม ผู้นั้นชื่อว่าไม่ใคร่ทุกข์.
๔. เมตตชิเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์
[๒๓๑] ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคศากยบุตร ผู้มีพระศิริพระองค์นั้น พระองค์
ผู้ถึงแล้วซึ่งธรรมอันสูงสุด ได้ทรงแสดงอัครธรรมนี้ด้วยดี.

231
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 232 (เล่ม 26)

๕. จักขุปาลเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการไม่คบคนชั่ว
[๒๓๒] เราเป็นคนบอด มีนัยน์ตาอันโรคกำจัดแล้ว เดินทางไกลอยู่ เรายอมนอน
(ตาย) ณ ที่นี้ จักไม่ไปกับเพื่อนผู้ร่วมทางอันลามก.
๖. ขัณฑสุมนเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญความเสียสละ
[๒๓๓] เพราะเสียสละดอกไม้เพียงดอกเดียว เราได้รับการบำเรออยู่ในสวรรค์
ถึง ๘๐ โกฏิปี ที่สุดได้บรรลุนิพพาน เพราะผลกรรมที่เหลือ.
๗. ติสสเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญบาตรดินเผา
[๒๓๔] เราได้สละภาชนะทองคำ มีน้ำหนักประมาณ ๑๐๐ ปละ วิจิตรด้วยลวดลาย
ตั้งร้อยชนิด มาถือเอาบาตรดิน นี้เป็นการอภิเษกครั้งที่สองของเรา.
๘. อภัยเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษรูปารมณ์
[๒๓๕] เมื่อบุคคลได้เห็นรูปแล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์เป็นที่รัก สติก็หลงลืม
ผู้ใดมีจิตกำหนัดยินดีเสวยรูปารมณ์ รูปารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะ
ทั้งหลายย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ผู้เข้าถึงซึ่งมูลแห่งภพ.
๙. อุตติยเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษสัททารมณ์
[๒๓๖] บุคคลได้สดับเสียงแล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์เป็นที่รัก สติก็หลงลืม
ผู้ใดมีจิตกำหนัดยินดีเสวยสัททารมณ์ สัททารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะ
ทั้งหลายย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ผู้เข้าถึงซึ่งสงสาร.

232