พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 213 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๔
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๔
๑. คหุรตีริยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความอดทน
[๑๖๘] บุคคลถูกยุงและเหลือบกัดแล้วในป่าใหญ่ พึงเป็นผู้มีสติอดทนต่อสัมผัส
แห่งยุงและเหลือบในป่าใหญ่นั้น เหมือนช้างอดทนต่อการถูกอาวุธใน
สงคราม ฉะนั้น.
๒. สุปปิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความเพียร
[๑๖๙] บุคคลผู้มีความเพียร ถึงจะแก่ แต่เผากิเลสให้เร่าร้อน พึงบรรลุ
นิพพานอันไม่รู้จักแก่ ไม่มีอามิส เป็นธรรมสงบอย่างยิ่ง
เกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม.
๓. โสปากเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับเมตตา
[๑๗๐] บุคคลพึงมีเมตตาในคนเดียวผู้เป็นที่รัก ฉันใด ภิกษุพึงมีเมตตาในสัตว์
ทั้งปวงในที่ทุกสถาน ฉันนั้น.
๔. โปสิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการออกบวช
[๑๗๑] หญิงเหล่านี้ดีแต่เมื่อยังไม่เข้าไปใกล้ เมื่อเข้าไปใกล้ นำความ
ฉิบหายมาให้เป็นนิตย์ทีเดียว เราเดินออกจากป่ามาสู่บ้าน เข้าไปสู่
เรือนแห่งญาติแล้ว ไม่ได้อำลาใครๆ ออกจากเรือนนั้นหนีมาแล้ว.

213
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 214 (เล่ม 26)

๕. สามัญญกานิเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับเกียรติยศ
[๑๗๒] บุคคลผู้ต้องการความสุข เมื่อประพฤติให้สมควรแก่ความสุขนั้น
ย่อมได้ความสุข ผู้ใดเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘
เป็นทางตรง เพื่อมรรลุอมตธรรม ผู้นั้นย่อมได้ความสรรเสริญและเจริญ
ด้วยยศ.
๖. กุมาปุตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความดี
[๑๗๓] การฟัง เป็นความดี ความประพฤติมักน้อย เป็นความดี การอยู่โดย
ไม่มีห่วงใยเป็นความดีทุกเมื่อ การถามสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นความดี
การทำตามโอวาทโดยเคารพ เป็นความดี กิจมีการฟังเป็นต้นนี้
เป็นเครื่องสงบของผู้ไม่มีกังวล.
๗. กุมาปุตตเถรสหายกเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความเจริญฌาน
[๑๗๔] ภิกษุทั้งหลายไม่สำรวมกาย วาจา ใจ พากันเที่ยวไปสู่ชนบท
ต่างๆ ทอดทิ้งสมาธิ การเที่ยวไปสู่แคว้นต่างๆ จักสำเร็จ
ประโยชน์อะไรเล่า เพราะฉะนั้น ภิกษุพึงกำจัดความแข่งดี อย่าให้
มิจฉาวิตกและกิเลสมีตัณหาเป็นต้นครอบงำ พึงเจริญฌาน.
๘. ควัมปติเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพ้นกิเลส
[๑๗๕] เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พากันนอบน้อมพระควัมปติ ผู้ห้ามแม่
น้ำสรภูให้หยุดไหลได้ด้วยฤทธิ์ ไม่ติดอยู่ในกิเลสและตัณหาไรๆ
ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งอะไรทั้งสิ้น เป็นผู้ผ่านพ้นเครื่องข้องทั้งปวง เป็น
มหามุนี ผู้ถึงฝั่งแห่งภพ.

214
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 215 (เล่ม 26)

๙. ติสสเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับสติ
[๑๗๖] บุรุษถูกแทงด้วยหอก หรือถูกไฟไหม้ที่กระหม่อม แล้วรีบรักษา
ฉันใด ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติเว้นรอบ เพื่อละความกำหนัดยินดีใน
กาม ฉันนั้น.
๑๐. วัฑฒมานเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับสติ
[๑๗๗] บุรุษที่ถูกแทงด้วยหอก หรือถูกไฟไหม้ที่กระหม่อม แล้วรีบรักษา
ฉันใด ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติเว้นรอบ เพื่อละความกำหนัดยินดีในภพ
ฉันนั้น.
__________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระคหุรตีริยเถระ ๒. พระสุปปิยเถระ
๓. พระโสปากเถระ ๔. พระโปสิยเถระ
๕. พระสามัญญกานิเถระ ๖. พระกุมาปุตตเถระ
๗. พระกุมาปุตตเถรสหายกเถระ ๘. พระควัมปติเถระ
๙. พระติสสเถระ ๑๐. พระวัฑฒมานเถร.
จบ วรรคที่ ๔.
____________________

215
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 216 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๕
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนีบาต วรรคที่ ๕
๑. สิริวัฑฒเถรคาถา
[๑๗๘] สายฟ้าแลบส่องลอดเข้าไปตามช่องแห่งภูเขาเวภาระ และภูเขาปัณฑวะ
ฉันใด ภิกษุผู้เป็นบุตรแห่งพระพุทธเจ้าผู้คงที่ ไม่มีผู้เปรียบ
ปาน อยู่ในช่องแห่งภูเขาเจริญฌานอยู่ ฉันนั้น.
๒. ขทิรวนิยเถรคาถา
[๑๗๙] ดูกรสามเณรีหลา อุปหลา สีสุปหลา ท่านทั้งสามเป็นผู้มีสติ
เฉพาะหน้าอยู่หรือ พระสารีบุตรผู้เป็นลุงของพวกท่าน มีปัญญา
ว่องไว หยั่งรู้เหตุผลได้โดยถูกต้องแม่นยำ เปรียบดังนายขมังธนู
ผู้ชำนาญยิงปลายขนทรายมาแล้ว.
๓. สุมังคลเถรคาถา
[๑๘๐] เราพ้นดีแล้วๆ เราเป็นผู้พ้นดีแล้วจากความค่อมทั้ง ๓ คือ เราพ้น
แล้วจากการเกี่ยวข้าว จากการไถนา จากการถางหญ้า ถึงแม้ว่า
กิจมีการเกี่ยวหญ้าเป็นต้น จะอยู่ในที่ใกล้ๆ เรานี้เอง แต่ก็ไม่สม
ควรแก่เราทั้งนั้น ท่านจงเจริญฌานไปเถิดสุมังคละ จงเจริญฌานไปเถิด
สุมังคละ ท่านจงเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่เถิดสุมังคละ.
๔. สานุเถรคาถา
[๑๘๑] คุณโยมจ๋า ชนทั้งหลายเขาพากันร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้ว ร้องไห้
ถึงคนที่ยังเป็นอยู่ แต่หายหน้าจากไป ส่วนฉันยังมีชีวิตอยู่
ทั้งปรากฏตัวอยู่ เหตุไรคุณโยมจึงมาร้องไห้ถึงฉันเล่า?

216
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 217 (เล่ม 26)

๕. รมนียวิหารีเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความพลาดพลั้ง
[๑๘๒] โคอาชาไนยผู้สมบูรณ์พลาดล้มแล้ว ย่อมกลับลุกขึ้นตั้งตัวได้ ฉันใด
ท่านทั้งหลายจงจำเราไว้ว่า เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ ฉันนั้นเถิด.
๖. สมิทธิเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความไม่กลัวมาร
[๑๘๓] เราออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา มีสติและปัญญาอันเจริญ มี
จิตตั้งมั่นดีแล้ว ดูกรมาร ถึงท่านจักบันดาลรูปต่างๆ ที่น่ากลัว
ให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้เราสะดุ้งกลัวได้เลย.
๗. อุชชยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพึ่งพระพุทธเจ้า
[๑๘๔] ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์
พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากสิ่งทั้งปวง เมื่อข้าพระองค์อยู่ในพระ
บัญชาของพระองค์ จึงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่เป็นสุขสำราญ.
๘. สัญชยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวช
[๑๘๕] ตั้งแต่เราออกบวชเป็นบรรพชิต เราไม่รู้สึกถึงความดำริอันไม่ประ
เสริฐประกอบด้วยโทษเลย.

217
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 218 (เล่ม 26)

๙. รามเณยยกเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับพลังจิต
[๑๘๖] ดูกรมาร บุคคลบางจำพวก ย่อมสะดุ้งกลัวเพราะเสียงคำรามของ
ท่าน และเสียงร้องคำรามแห่งเทวดา แต่จิตของเราไม่หวั่นไหว
เพราะเสียงเหล่านั้น เพราะจิตของเรายินดีในความเป็นผู้เดียว.
๑๐. วิมลเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับสมาธิจิต
[๑๘๗] แผ่นดินชุ่มชื่นด้วยน้ำฝน ลมก็พัด สายฟ้าก็แลบไปในท้องฟ้า
วิตกทั้งหลายย่อมสงบไป จิตของเราตั้งมั่นแล้วเป็นอันดี.
_________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระสิริวัฑฒเถระ ๒. พระขทิรวนิยเรวตเถระ
๓. พระสุมังคลเถระ ๔. พระสานุเถระ
๕. พระรมณียวิหารีเถระ ๖. พระสมิทธิเถระ
๗. พระอุชชยเถระ ๘. พระสัญชยเถระ
๙. พระรามเณยยกเถระ ๑๐. พระวิมลเถระ.
จบวรรคที่ ๕.
________________________

218
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 219 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๖
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๖
๑. โคธิกเถรคาถา
[๑๘๘] ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะดังเสียงเพลงขับ กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตู
หน้าต่างมิดชิดดี จิตของเราก็ตั้งมั่นดีแล้ว ถ้าท่านปรารถนาจะตก ก็เชิญ
ตกลงมาเถิดฝน.
๒. สุพาหุเถรคาถา
[๑๘๙] ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะดังเสียงเพลงขับ กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตู
หน้าต่างมิดชิดดี จิตของเราก็ตั้งมั่นดีแล้ว ถ้าท่านปรารถนาจะตก ก็เชิญ
ตกลงมาเถิดฝน.
๓. วัลลิยเถรคาถา
[๑๙๐] ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะดังเสียงเพลงขับ กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตู
หน้าต่างมิดชิดดี เราเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในกุฎีนั้น ถ้าท่านปรารถนาจะตก
ก็เชิญตกลงมาเถิดฝน.
๔. อุตติยเถรคาถา
[๑๙๑] ฝนตกลงมา มีเสียงไพเราะดังเสียงเพลงขับ กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีประตู
หน้าต่างมิดชิดดี เราผู้เดียวไม่มีเพื่อนอยู่ในกุฎีนั้น ถ้าท่านปรารถนาจะ
ตก ก็เชิญตกลงมาเถิดฝน.

219
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 220 (เล่ม 26)

๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา
[๑๙๒] เราเข้าไปสู่ป่าอัญชนาวัน ทำตั่งให้เป็นกุฎีแล้วได้บรรลุวิชชา ๓ เราได้
กระทำคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว.
๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา
[๑๙๓] ใครนั่งอยู่ในกุฎี ภิกษุผู้ปราศจากราคะ มีจิตตั้งมั่น อยู่ในกุฎี ขอท่าน
จงรู้อย่างนี้เถิดอาวุโส กุฎีที่ท่านทำไว้แล้ว ไม่ไร้ประโยชน์เลย.
๗. กุฏิวิหารีเถรคาถา
[๑๙๔] กุฎีนี้เป็นกุฎีเก่า ท่านปรารถนากุฎีใหม่ ก็จงละความหวังในกุฎีใหม่เสีย
ดูกรภิกษุ กุฎีใหม่นำทุกข์มาให้.
๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา
[๑๙๕] กุฎีของเราน่ารื่นรมย์บันเทิงใจ เป็นกุฎีที่ทายกให้ด้วยศรัทธา ดูกรนารี
ทั้งหลาย เราไม่ต้องการด้วยกุมารีทั้งหลาย ชนเหล่าใดมีความต้องการ
เธอทั้งหลายก็จงไปในสำนักของชนเหล่านั้นเถิด.
๙. โกสัลลวิหารีเถรคาถา
[๑๙๖] เราบวชแล้วด้วยศรัทธา เราทำกุฎีไว้ในป่า เราเป็นผู้ไม่ประมาท มีความ
เพียร มีสติสัมปชัญญะ.
๑๐. สีวลีเถรคาถา
[๑๙๗] เราเข้าไปสู่กุฎีเพื่อประโยชน์อันใด เมื่อเราแสวงหาวิชชาและวิมุตติ ได้
ถอนขึ้นซึ่งมานานุสัย ความดำริของเราเหล่านั้นสำเร็จแล้ว.
_____________________

220
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 221 (เล่ม 26)

ในวรรคนี้ รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระโคธิกเถระ ๒. พระสุพาหุเถระ
๓. พระวัลลิยเถระ ๔. พระอุตติยเถระ
๕. พระอัญชนาวนิยเถระ ๖. พระกุฏิวิหารีเถระ
๗. พระกุฏิวิหารีเถระ ๘. พระรมณียกุฏิกเถระ
๙. พระโกสัลลวิหารีเถระ ๑๐. พระสีวลีเถระ.
จบ วรรคที่ ๖.
_______________________________

221
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 222 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๗
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๗
๑. วัปปเถรคาถา
สุภาษิตว่าด้วยการเห็นและไม่เห็นอันธพาล
[๑๙๘] บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ ย่อมเห็นคนอันธพาลผู้เห็นอยู่ด้วย ย่อมเห็น
คนอันธพาลผู้ไม่เห็นอยู่ด้วย ส่วนคนอันธพาลผู้ไม่สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ
ย่อมไม่เห็นคนอันธพาลผู้ไม่เห็นและคนอันธพาลผู้เห็น.
๒. วัชชีปุตตกเถรถาคา
สุภาษิตเกี่ยวกับการอยู่ป่า
[๑๙๙] เราอยู่ในป่าแต่ผู้เดียว เหมือนท่อนไม้ที่เขาทิ้งไว้ในป่า ชนเป็นอันมาก
พากันรักใคร่ต่อเรา เหมือนสัตว์นรกพากันรักใคร่ต่อบุคคลผู้ไปสู่สวรรค์
ฉะนั้น.
๓. ปักขเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับสังสารวัฎ
[๒๐๐] เหยี่ยวทั้งหลายย่อมโฉบลง ชิ้นเนื้อหลุดจากปากของเหยี่ยวตัวหนึ่ง
ตกลงพื้นดิน และเหยี่ยวอีกพวกหนึ่งมาคาบเอาไว้อีก ฉันใด สัตว์
ทั้งหลายผู้หมุนเวียนไปในสงสารก็ฉันนั้น จุติจากกุศลธรรมแล้วไปตก
ในนรกเป็นต้น ความสุขย่อมติดตามเราผู้สำเร็จกิจแล้ว ผู้ยินดีต่อนิพพาน
ด้วยความสุข.

222