พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 203 (เล่ม 26)

เถรคาถา
เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑
[๑๓๗] ขอท่านทั้งหลาย จงฟังคาถาอันน้อมเข้าไปสู่ประโยชน์ ของพระเถระ
ทั้งหลายผู้มีตนอันอบรมแล้ว บันลืออยู่ ดุจการบันลือแห่งสีหะทั้งหลาย
ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าเหล่าสัตว์ผู้มีเขี้ยวทั้งหลาย ที่ใกล้ถ้ำที่ภูเขา
ฉะนั้น ก็พระเถระเหล่านั้นมีชื่อ โคตร มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ มีจิต
น้อมไปแล้ว ในธรรมตามที่ปรากฏแล้ว มีปัญญา เป็นผู้ไม่เกียจคร้าน
อยู่ในเสนาสนะอันสงัด มีป่า โคนไม้ และภูเขาเป็นต้นนั้นๆ ได้
เห็นธรรมแจ่มแจ้ง และได้บรรลุนิพพานอันเป็นธรรมไม่แปรผัน เมื่อ
พิจารณาเห็นผลอันเป็นที่สุดกิจซึ่งตนทำเสร็จแล้ว จึงได้ภาษิตเนื้อความนี้.
__________________
๑. สุภูติเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับจิตหลุดพ้น
[๑๓๘] ได้ยินว่า ท่านพระสุภูติเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ดูกรฝน
กุฎีของเรามุงดีแล้ว มีเครื่องป้องกันอันสบายมิดชิดดี ท่านจงตกลงมา
ตามสะดวกเถิด จิตของเราตั้งมั่นดีแล้ว หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง
เราเป็นผู้มีความเพียรอยู่ เชิญตกลงมาเถิดฝน.
๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความสงบ
[๑๓๙] ได้ยินว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า บุคคล
ผู้สงบ งดเว้นจากการทำความชั่วพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมกำจัดบาป
ธรรมทั้งหลาย เหมือนลมพัดใบไม้ให้ล่วงหล่นไป ฉะนั้น.

203
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 204 (เล่ม 26)

๓. กังขาเรวตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับปัญญา
[๑๔๐] ได้ยินว่า ท่านพระกังขาเรวตเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ท่านจง
ดูปัญญานี้ ของพระตถาคตเจ้าทั้งหลายดังไฟอันรุ่งเรืองในเวลาพลบค่ำ
พระตถาคตเหล่าใด ย่อมกำจัดความสงสัยของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ผู้มา
เฝ้าถึงสำนักของพระองค์ พระตถาคตเหล่านั้น ย่อมชื่อว่าเป็นผู้แสงสว่าง
เป็นผู้ให้ดวงตา.
๔. ปุณณมันตานีปุตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการคบคนดี
[๑๔๑] ได้ยินว่า ท่านพระปุณณมันตานีบุตรเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า
บุคคลควรสมาคมกับสัปบุรุษ ผู้เป็นบัณฑิตชี้แจงประโยชน์เท่านั้น
เพราะธีรชนทั้งหลายเป็นผู้ไม่ประมาท เห็นประจักษ์ด้วยปัญญา ย่อมได้
บรรลุถึงประโยชน์อย่างใหญ่ ประโยชน์อย่างลึกซึ้ง เห็นได้ยาก
ละเอียด สุขุม.
๕. ทัพพเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการฝึกอบรม
[๑๔๒] ได้ยินว่า ท่านพระทัพพเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า เมื่อก่อน
พระทัพพมัลลบุตรองค์ใด เป็นผู้อันบุคคลอื่น ฝึกฝนได้โดยยาก แต่
เดี๋ยวนี้พระทัพพมัลลบุตรองค์นั้น เป็นผู้อันพระศาสดาได้ทรงฝึกฝนด้วย
การฝึกฝนด้วยมรรคอันประเสริฐ เป็นผู้สันโดษ ข้ามความสงสัยได้แล้ว
เป็นผู้ชนะกิเลส ปราศจากความขลาด มีจิตตั้งมั่น ดับความเร่าร้อนได้แล้ว.

204
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 205 (เล่ม 26)

๖. สีตวนิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความสันโดษ
[๑๔๓] ได้ยินว่า ท่านพระสีตวนิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุใดมา
สู่ป่าสีตวันแล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว สันโดษ มีจิตตั้งมั่น ชนะ
กิเลส ปราศจากขนลุกขนพอง มีปัญญารักษากายาคตาสติอยู่.
๗. ภัลลิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ชนะ
[๑๔๔] ได้ยินว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า ผู้ใดกำจัด
เสนาแห่งมัจจุราช เหมือนห้วงน้ำใหญ่ กำจัดสะพานไม้อ้ออันแสนจะ
ทรุดโทรม ฉะนั้น ก็ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ชนะมาร ปราศจากความหวาดกลัว
มีตนอันฝึกฝนแล้วมีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว.
๘. วีรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการชนะกิเลส
[๑๔๕] ได้ยินว่า ท่านพระวีรเถระได้ภาษิตคาถานี้ ในเวลาภรรยาเก่าไปเล้าโลม
เพื่อให้สึก ว่า
เมื่อก่อน ผู้ใดเป็นผู้อันบุคคลอื่นฝึกได้โดยยาก แต่เดี๋ยวนี้ผู้นั้นอัน
พระผู้มีพระภาคฝึกฝนได้ดีแล้ว เป็นนักปราชญ์มีความสันโดษ ข้ามความ
สงสัยได้แล้ว เป็นผู้ชนะกิเลสมาร ปราศจากขนลุกขนพอง ปราศจาก
ความกำหนัด มีจิตตั้งมั่น ดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว.
๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการฟังธรรม
[๑๔๖] ได้ยินว่า ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้ภาษิตคาถานี้ไว้อย่างนี้ว่า การที่เรา
มาสู่สำนักของพระศาสดานี้ เป็นการมาดีแล้ว ไม่ไร้ประโยชน์ การที่

205
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 206 (เล่ม 26)

เราคิดไว้ว่าจักฟังธรรมในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้วจักบวช เป็น
ความคิดที่ไม่ไร้ประโยชน์ เพราะเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกธรรม
ทั้งหลายอยู่ เราได้บรรลุธรรมอันประเสริฐแล้ว.
๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการไม่ติดในสิ่งทั้งปวง
[๑๔๗] ได้ยินว่า พระปุณณมาสเถระได้ภาษิตคาถานี้อย่างนี้ว่า ผู้ใดไม่ทะเยอ
ทะยานในโลกนี้หรือโลกอื่น ผู้นั้นเป็นผู้จบไตรเพท เป็นผู้สันโดษ
สำรวมแล้ว ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง เป็นผู้รู้แจ้งซึ่งความเกิดขึ้นและ
ความเสื่อมไปของโลก.
_____________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระสุภูติเถระ ๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ
๓. พระกังขาเรวตเถระ ๔. พระปุณณมันตานีปุตตเถระ
๕. พระทัพพเถระ ๖. พระสีตวนิยเถระ
๗. พระภัลลิยเถระ ๘. พระวีรเถระ
๙. พระปิลินทวัจฉเถระ ๑๐. พระปุณณมาสเถระ.
จบ วรรคที่ ๑.
_____________________

206
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 207 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๒
ว่าด้วยสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๒
๑. จูฬวัจจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความยินดีในธรรม
[๑๔๘] ภิกษุผู้มากไปด้วยความปราโมทย์ในธรรมอันพระพุทธเจ้าทรงประกาศแล้ว
พึงบรรลุสันตบทอันเป็นธรรมเข้าไปสงบระงับสังขาร เป็นสุข.
๒. มหาวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับไตรสิกขา
[๑๔๙] ภิกษุมีกำลังปัญญา สมบูรณ์ด้วยศีลและวัตร มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน
มีสติ บริโภคโภชนะตามมีตามได้ มีราคะไปปราศแล้ว พึงหวังได้ ซึ่ง
กาลปรินิพพานในศาสนานี้.
๓. วนวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับรมณียสถาน
[๑๕๐] ภูเขาทั้งหลายอันล้วนแล้วด้วยหิน มีสีเขียวดังเมฆ ดูรุจิเรกงามดี มี
ธารวารีเย็นใสสะอาด ดารดาษไปด้วยแมลงค่อมทอง ภูเขาเหล่า
นั้นย่อมทำให้เรารื่นรมย์ใจ.
๔. วนวัจฉสามเณรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการอยู่ป่า
[๑๕๑] พระอุปัชฌาย์ของเราได้กล่าวกะเราว่า ดูกรสีวกะ เราจะไปจากที่นี้
กายของเราอยู่ในบ้าน แต่ใจของเราไปอยู่ในป่า แม้เรานอนอยู่ก็
จักไป ความเกี่ยวข้องด้วยหมู่ ย่อมไม่มีแก่ผู้รู้แจ้งชัด.

207
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 208 (เล่ม 26)

๕. กุณฑธานเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการข้ามโอฆะ
[๑๕๒] ภิกษุพึงตัดสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ พึงละสังโยชน์เบื้องบน ๕ พึงเจริญ
อินทรีย์ ๕ มีศรัทธาเป็นต้นให้ยิ่งขึ้นไป ภิกษุผู้ก้าวล่วงธรรมเป็น
เครื่องข้อง ๕ ประการได้แล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ข้ามโอฆะ
ได้แล้ว.
๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับวันคืน
[๑๕๓] โคอาชาไนยผู้สามารถเทียมไถแล้ว ย่อมลากไถไปได้โดยไม่ลำบาก
ฉันใด เมื่อเราได้ความสุขอันไม่เจือด้วยอามิส คืนและวันทั้งหลาย
ย่อมผ่านพ้นเราไปโดยยาก ฉันนั้น.
๗. ทาสกเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความเกียจคร้าน
[๑๕๔] เมื่อใด บุคคลเป็นผู้ง่วงเหงาและกินมากมักนอนหลับกลิ้งเกลือกไปมา
เมื่อนั้นเขาเป็นคนเขลา ย่อมเข้าห้องบ่อยๆ เหมือนสุกรใหญ่ที่เขา
ปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น.
๘. สิงคาลปิตาเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับพุทธทายาท
[๑๕๕] ภิกษุผู้อยู่ในป่าเภสกฬาวัน พิจารณาแผ่นดินนี้ด้วยความสำคัญว่า
กระดูกทั้งสิ้นเป็นอารมณ์จักได้เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า เราเข้าใจว่า
จะละกามราคะได้โดยเร็วพลัน.
๙. กุฬเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับหน้าที่บัณฑิต
[๑๕๖] พวกคนไขน้ำก็ไขน้ำไป ช่างศรก็ดัดลูกศร พวกช่างถากก็ถากไม้
พวกบัณฑิตผู้มีวัตรอันงาม ก็ฝึกฝนตน.

208
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 209 (เล่ม 26)

๑๐. อชิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความตาย
[๑๕๗] เราไม่มีความกลัวตาย ไม่มีความอาลัยในชีวิต จักเป็นผู้มีสติสัมป
ชัญญะ ละทิ้งกายนี้ไป.
____________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระจูฬวัจฉเถระ ๒. พระมหาวัจฉเถระ
๓. พระวนวัจฉเถระ ๔. พระสีวกเถระ
๕. พระกุณฑธานเถระ ๖. พระเพลัฏฐสีสเถระ
๗. พระทาสกเถระ ๘. พระสิงคาลปิตาเถระ
๙. พระกุฬเถระ ๑๐. พระอชิตเถระ.
จบ ทุติยวรรค.
____________________

209
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 210 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๓
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๓
๑. นิโครธเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับทางดำเนินชีวิต
[๑๕๘] เราไม่กลัวภัย พระศาสดาของเราทั้งหลายเป็นผู้ฉลาดในธรรมอันไม่ตาย
ภัยย่อมไม่ตั้งอยู่ในหนทางใด ภิกษุทั้งหลายย่อมไปโดยหนทางนั้น.
๒. จิตตกเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้เจริญฌาน
[๑๕๙] นางนกยูงทั้งหลายมีขนเขียว ขนคองาม หงอนงาม พากันร่ำร้อง
อยู่ในป่าการวี นางนกยูงเหล่านั้นพากันร่ำร้องในเวลามีลมหนาวเจือ
ด้วยฝน ย่อมปลุกบุคคลผู้เจริญฌานซึ่งหลับอยู่ให้ตื่น.
๓. โคสาลเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเจริญวิเวก
[๑๖๐] เราฉันข้าวมธุปายาสที่พุ่มกอไผ่แล้ว พิจารณาความเกิดและความเสื่อม
ไปแห่งขันธ์ทั้งหลายโดยความเคารพ จักกลับไปสู่สานุบรรพตที่เรา
เคยอยู่มาแล้ว เจริญวิเวกต่อไป.
๔. สุคันธเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสอน
[๑๖๑] ภิกษุบวชมายังไม่ทันครบพรรษา ได้เห็นธรรมเป็นธรรมดีงาม บรรลุ
วิชชา ๓ ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว.

210
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 211 (เล่ม 26)

๕. นันทิยเถรคาถา
สุภาษิตเตือนมาร
[๑๖๒] จิตของภิกษุใดได้บรรลุผลญาณ สว่างรุ่งเรืองอยู่เป็นนิตย์ ท่านมา
เบียดเบียนภิกษุนั้นเข้า จักได้รับทุกข์แน่นอน นะมาร.
๖. อภัยเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพุทธภาษิต
[๑๖๓] เราได้ฟังพระวาจาอันเป็นสุภาษิตของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่ง
พระอาทิตย์ จึงได้รู้แจ้งแทงตลอดซึ่งธรรมอันละเอียด เหมือน
บุคคลยิงปลายขนทรายด้วยลูกศร ฉะนั้น.
๗. โลมสกังคิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับวิเวก
[๑๖๔] เราจักเอาอุระแหวกป่าหญ้าแพรก หญ้าคา หญ้าดอกเลา แฝก
หญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย พอกพูนวิเวก.
๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับศีล
[๑๖๕] ท่านเป็นผู้ขวนขวายในเรื่องผ้าหรือไม่ ยินดีในเครื่องประดับหรือไม่
ท่านทำกลิ่นอันสำเร็จด้วยศีลฟุ้งไปใช่ไหม? หมู่ชนนอกนี้ ไม่อาจ
ทำกลิ่นให้สำเร็จด้วยศีลฟุ้งไปได้.
๙. หาริตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการปรับตัว
[๑๖๖] แน่ะท่านหาริตะ ท่านจงยกตนของท่านขึ้นจากความเกียจคร้าน
เหมือนช่างศรยกลูกศรขึ้นดัด ฉะนั้น ท่านจงทำจิตให้ตรงแล้ว
ทำลายอวิชชาเสีย.

211
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 212 (เล่ม 26)

๑๐. อุตติยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความไม่ประมาท
[๑๖๗] เมื่ออาพาธบังเกิดขึ้นแก่เรา สติก็เกิดขึ้นแก่เราว่า อาพาธเกิดขึ้นแก่
เราแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่เราไม่ควรประมาท.
_______________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระนิโครธเถระ ๒. พระจิตตกเถระ
๓. พระโคสาลเถระ ๔. พระสุคันธเถระ
๕. พระนันทิยเถระ ๖. พระอภัยเถระ
๗. พระโลมสกังคิยเถระ ๘. พระชัมพุคามิกปุตตเถระ
๙. พระหาริตเถระ ๑๐. พระอุตติยเถระ.
จบ ตติยวรรคที่ ๓.
_______________________

212