พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 233 (เล่ม 26)

๑๐. เทวสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความเพียรชอบ
[๒๓๗] ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรชอบ มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ประดับ
ประดาด้วยดอกไม้ คือ วิมุติ จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน.
__________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระปริปุณณกเถระ ๒. พระวิชยเถระ
๓. พระเอรกเถระ ๔. พระเมตตชิเถระ
๕. พระจักขุปาลเถระ ๖. พระขัณฑสุมนเถระ
๗. พระติสสเถระ ๘. พระอภัยเถระ
๙. พระอุตติยเถระ ๑๐. พระเทวสภเถระ
จบ วรรคที่ ๑๐
______________________________

233
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 234 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑
ว่าด้วยคาถาต่างๆ ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑
๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา
[๒๓๘] ท่านละความเป็นคฤหัสถ์มาแล้ว ยังไม่ทันสำเร็จกิจ เป็นผู้มีปากห่างไถ
เห็นแก่ท้องเป็นคนเกียจคร้าน เป็นคนโง่เขลา เข้าห้องบ่อยๆ เหมือน
สุกรตัวใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น.
๒. เสตุจฉเถรคาถา
[๒๓๙] ชนทั้งหลายถูกมานะหลอกลวงแล้ว เศร้าหมองอยู่ในสังขารทั้งหลาย
ถูกความมีลาภและความเสื่อมลาภย่ำยีแล้ว ย่อมไม่ได้บรรลุสมาธิเลย.
๓. พันธุรเถรคาถา
[๒๔๐] เราไม่มีความต้องการด้วยลาภ คือ อามิสนั้นมีความสุขพอแล้ว เป็นผู้อิ่ม
เอิบแล้วด้วยรสแห่งธรรม ครั้นได้ดื่มรสอันล้ำเลิศเช่นนี้แล้ว จะไม่
กระทำความสนิทสนมด้วยรสอื่นอีก.
๔. ขิตกเถรคาถา
[๒๔๑] กายของเราเป็นกายเบาหนอ อันปีติและสุขอย่างไพบูลย์ถูกต้องแล้ว
ย่อมเลื่อนลอยได้เหมือนนุ่นที่ถูกลมพัดไป ฉะนั้น.
๕. มลิตวัมภเถรคาถา
[๒๔๒] เราเกิดความกระสันขึ้นในที่ใด เราย่อมไม่อยู่ในที่นั้น แม้เราจะยินดี
อย่างนั้น ก็พึงหลีกไปเสีย แต่เราเห็นว่า การอยู่ในที่ใดจะไม่มีความ
เสื่อมเสีย เราก็พึงอยู่ในที่นั้น.

234
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 235 (เล่ม 26)

๖. สุเหมันตเถรคาถา
สุภาษิตชี้ลักษณะคนโง่และคนฉลาด
[๒๔๓] คนโง่เขลา มักเห็นเนื้อความอันมีความหมายตั้งร้อย ทรงไว้ซึ่งลักษณะ
ตั้งร้อย ว่ามีความหมายและลักษณะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนคนฉลาด
ย่อมเห็นได้ตั้งร้อยอย่าง.
๗. ธรรมสังวรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวช
[๒๔๔] เราได้พิจารณาแล้ว จึงออกบวชเป็นบรรพชิต เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
บำเพ็ญกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
๘. ธรรมสฏปิตุเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวชเมื่อแก่
[๒๔๕] เรามีอายุ ๑๒๐ ปี จึงออกบวชเป็นบรรพชิต ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
บำเพ็ญกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
๙. สังฆรักขิตเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษการไม่สังวร
[๒๔๖] ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดนี้ เห็นจะไม่คำนึงถึงคำสอนของพระศาสดา ผู้ทรง
อนุเคราะห์สัตว์โลกด้วยประโยชน์อย่างเยี่ยมเป็นแน่ จึงไม่สำรวมอินทรีย์
เหมือนแม่เนื้อลูกอ่อนในป่าฉะนั้น.
๑๐. อุสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับอบรมจิต
[๒๔๗] พฤกษชาติทั้งหลายบนยอดเขา ที่ถูกน้ำฝนใหม่ตกรดแล้วย่อมงอกงาม
จิตอันควรแก่ภาวนา ย่อมเกิดทวีขึ้นแก่เรา ผู้ชื่อว่าอุสภะ ผู้ใคร่ต่อวิเวก
มีความสำคัญไปแล้วในป่า
_______________________________

235
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 236 (เล่ม 26)

ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระเพลัฏฐกานิเถระ ๒. พระเสตุจฉเถระ
๓. พระพันธุรเถระ ๔. พระขิตกเถระ
๕. พระมลิตวัมภเถระ ๖. พระสุเหมันตเถระ
๗. พระธรรมสังวรเถระ ๘. พระธรรมสฏปิตุเถระ
๙. พระสังฆรักขิตเถระ ๑๐. พระอุสภเถระ.
จบ วรรคที่ ๑๑
____________________________

236
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 237 (เล่ม 26)

เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๒
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๒
๑. เชนตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความยาก
[๒๔๘] การบวชกระทำได้ยากแท้ การอยู่ครองเรือนก็ยากแท้ ธรรมเป็นของลึก
การหาทรัพย์เป็นของยาก การเลี้ยงชีพของเราด้วยปัจจัย ๔ ตามมีตามได้
ก็เป็นของยาก ควรคิดถึงอนิจจตาเนืองๆ.
๒. วัจฉโคตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับฉลาดในอุบาย
[๒๔๙] เราเป็นผู้ได้ไตรวิชชา มักเพ่งธรรมอันประณีต ฉลาดในอุบายสงบใจ
ได้บรรลุประโยชน์ของตน เสร็จกิจพระพุทธศาสนาแล้ว.
๓. วนวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการอยู่ป่า
[๒๕๐] ภูเขากว้างใหญ่ มีน้ำใสสะอาด เกลื่อนกล่นไปด้วยลิงและค่าง ดาดดื่นไป
ด้วยน้ำและสาหร่าย ย่อมทำใจของเราให้รื่นรมย์.
๔. อธิมุตตเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษความเกียจคร้าน
[๒๕๑] เมื่อชีวิตจะสิ้นไป ความเป็นสมณะที่ดีจักมีแก่ภิกษุผู้เกียจคร้าน ผู้ติดอยู่
ในความสุขในร่างกายแต่ที่ไหน.

237
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 238 (เล่ม 26)

๕. มหานามเถรคาถา
สุภาษิตเตือนตน
[๒๕๒] ดูกรมหานาม ท่านนี้จะเสื่อมจากภูเขาชื่อเนสาทกะ ที่สะพรั่งไปด้วย
ต้นโมกมันและไม้อ้อยช้าง เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำเป็น
อันมากประดับด้วยต้นไม้และเถาวัลย์โดยรอบ.
๖. ปาราปริยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการกำจัดกิเลส
[๒๕๓] เราละผัสสายตนะ ๖ ประการได้แล้ว เป็นผู้คุ้มครองทวารสำรวมด้วยดี
กำจัดเสียได้ซึ่งสรรพกิเลส อันเป็นมูลรากแห่งวัฏทุกข์ บรรลุความสิ้น
อาสวะแล้ว.
๗. ยสเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการทำกิจศาสนา
[๒๕๔] เราเป็นผู้ลูบไล้ดีแล้ว มีเครื่องนุ่งห่มอันงดงาม ประดับด้วยสรรพาภรณ์
ได้บรรลุวิชชา ๓ บำเพ็ญกิจพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
๘. กิมพิลเถรคาถา
สุภาษิตไม่ให้ลืมตน
[๒๕๕] วัยย่อมล่วงไปพลัน รูปที่มีอยู่โดยอาการนั้นย่อมปรากฏแก่เราเหมือนเป็น
อย่างอื่น เราระลึกถึงตนของเรา ผู้ไม่อยู่ปราศจากสติเหมือนของผู้อื่น.
๙. วัชชีปุตตเถรคาถา
สุภาษิตเตือนให้ปฏิบัติธรรม
[๒๕๖] ดูกรอานนท์ผู้โคตมโคตร ท่านจงเข้าไปสู่ชัฏแห่งโคนไม้ จงหน่วงนิพพาน
ไว้ในหทัยแล้วจงเพ่งฌาน และอย่าประมาท การใส่ใจถึงประชุมชน จักทำ
ประโยชน์อะไรให้แก่ท่านได้.

238
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 239 (เล่ม 26)

๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการรู้เห็นเบญจขันธ์
[๒๕๗] เบญจขันธ์ข้าพระองค์กำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ตั้งอยู่ ข้าพระองค์
บรรลุถึงความสิ้นทุกข์แล้ว บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว.
_____________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระเชนตเถระ ๒. พระวัจฉโคตตเถระ
๓. พระวนวัจฉเถระ ๔. พระอธิมุตตเถระ
๕. พระมหานามเถระ ๖. พระปาราปริยเถระ
๗. พระยสเถระ ๘. พระกิมพิลเถระ
๙. พระวัชชีปุตตเถระ ๑๐. พระอิสิทัตตเถระ.
จบ วรรคที่ ๑๒
รวมหัวข้อที่มีในเอกกนิบาต
พระสังคีติกาจารย์ผู้หวังประโยชน์ส่วนใหญ่ ได้รวบรวมพระเถระผู้ทำกิจเสร็จแล้ว
หาอาสวะมิได้ มีจำนวน ๑๒๐ องค์ไว้ในเอกกนิบาต.
________________________________

239
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 240 (เล่ม 26)

ทุกนิบาต
เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๑
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในทุกนิบาต วรรคที่ ๑
๑. อุตตรเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษของภพ
[๒๕๘] ได้ยินว่า ท่านพระอุตตรเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า ภพอะไร
ที่เที่ยงไม่มี แม้สังขารที่เที่ยงก็ไม่มี ขันธ์เหล่านั้นย่อมเวียนเกิดและ
เวียนดับไป เรารู้โทษอย่างนี้แล้ว จึงไม่มีความต้องการด้วยภพ เราสลัด
ตนออกจากกามทั้งปวง บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว.
๒. ปิณโฑลภารทวาชเถรคาถา
สุภาษิตชี้ทางดำเนินชีวิตที่ถูก
[๒๕๙] ได้ยินว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า
ชีวิตของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปโดยไม่สมควร อาหารไม่ได้ทำจิตให้สงบ
เราเห็นว่า ร่างกายจะดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร จึงได้เที่ยวแสวงหาอาหาร
โดยทางที่ชอบ นักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ได้กล่าวการไหว้
การบูชาในตระกูลทั้งหลายว่า เป็นเปือกตม เป็นลูกศรอันละเอียด
ถอนขึ้นได้ยาก สักการะอันบุรุษชั่วละได้ยาก.
๓. วัลลิยเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการฝึกจิต
[๒๖๐] วานรเข้าไปอยู่ในกระท่อมมีประตู ๕ ประตู พยายามเวียนเข้าออกทาง
ประตูนั้นเนืองๆ จงหยุดนิ่งนะเจ้าลิง อย่าวิ่งไปดังกาลก่อนเลย เราจับ
เจ้าไว้ได้ด้วยปัญญาแล้ว เจ้าจักไปไกลไม่ได้ละ.

240
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 241 (เล่ม 26)

๔. คังคาตีริยเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญความสันโดษ
[๒๖๑] เราทำกระท่อมด้วยใบตาล ๓ ใบ ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา บาตรของเราเหมือน
ดังหม้อสำหรับตักน้ำรดศพ และจีวรของเราเป็นดังผ้าคลุกฝุ่น ในระหว่าง
๒ พรรษา เราพูดเพียงคำเดียวเท่านั้น ในภายในพรรษาที่ ๓ เราทำลาย
กองความมืด คืออวิชชาได้แล้ว.
๕. อชินเถรคาถา
สุภาษิตชี้ลักษณะคนพาล
[๒๖๒] ถึงแม้บุคคลจะมีวิชชา ๓ ละมัจจุราชแล้วเป็นผู้หาอาสวะมิได้ คนพาล
ทั้งหลายผู้ไม่มีความรู้ ก็ย่อมดูหมิ่นบุคคลนั้นว่า เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง
ส่วนบุคคลใดในโลกนี้ เป็นผู้ได้ข้าวและน้ำ ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็น
คนชั่วช้าเลวทราม ก็เป็นที่สักการะนับถือของคนพาลทั้งหลาย.
๖. เมฬชินเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์
[๒๖๓] เมื่อใด เราได้ฟังธรรมของพระศาสดาผู้ทรงแสดงอยู่ เมื่อนั้นเราไม่รู้สึก
ความสงสัยในพระศาสดาผู้รู้ธรรมทั้งปวง ผู้อันใครๆ ชนะไม่ได้ ผู้นำหมู่
แกล้วกล้าเป็นอันมาก ประเสริฐสุดกว่าสารถีทั้งหลาย หรือว่าความสงสัย
ในมัคคปฏิปทา ย่อมไม่มีแก่เรา.
๗. ราธเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการอบรมจิตใจ
[๒๖๔] เรือนที่บุคคลมุงไม่ดี ฝนย่อมรั่วรดได้ ฉันใด จิตที่ไม่ได้อบรมแล้ว ราคะ
ย่อมรั่วรดได้ ฉันนั้น เรือนที่มุงดีแล้วฝนย่อมรั่วรดไม่ได้ ฉันใด จิตที่
อบรมดีแล้ว ราคะย่อมรั่วรด ไม่ได้ ฉันนั้น.

241
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 242 (เล่ม 26)

๘. สุราธเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติถูกต้อง
[๒๖๕] ชาติของเราสิ้นแล้ว คำสั่งสอนของพระชินเจ้าเราอยู่จบแล้ว ข่าย คือ
ทิฏฐิและอวิชชาเราละได้แล้ว ตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพเราถอนได้แล้ว
เราออกบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราได้บรรลุแล้ว
ความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวงเราก็ได้บรรลุแล้ว.
๙. โคตมเถรคาถา
สุภาษิตเตือนไม่ให้ติดกาม
[๒๖๖] มุนีเหล่าใด ย่อมไม่พัวพันในหญิงทั้งหลาย มุนีเหล่านั้นย่อมนอนหลับ
เป็นสุข สัจจะที่ได้ยากแสนยากในหญิงเหล่าใด หญิงเหล่านั้นอันบุคคล
ต้องรักษาทุกเมื่อแท้ ดูกรกาม เราประพฤติพรหมจรรย์เพื่อฆ่าท่าน บัดนี้
เราไม่เป็นหนี้ท่านอีก บัดนี้ เราไปถึงนิพพานอันเป็นที่บุคคลไปแล้วไม่
เศร้าโศก.
๑๐. วสภเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษคนลวงโลก
[๒๖๗] บุคคลผู้ลวงโลกย่อมฆ่าตนก่อน ภายหลังจึงฆ่าผู้อื่น บุคคลผู้ลวงโลกนั้น
ย่อมฆ่าตนได้ง่ายดาย เหมือนนายพรานนกที่หาอุบายฆ่านก และทำตน
ให้ได้รับความทุกข์ในอบายภูมิ ฉะนั้น บุคคลผู้ลวงโลกนั้นไม่ใช่พราหมณ์
เพียงแต่มีเพศเหมือนพราหมณ์ในภายนอกเท่านั้น เพราะพราหมณ์มีเพศ
อยู่ภายใน บาปกรรมทั้งหลายมีในบุคคลใด บุคคลนั้นเป็นคนดำ ดูกร
ท้าวสุชัมบดี ขอจงทรงทราบอย่างนี้.
____________________________

242