พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 254 (เล่ม 40)

ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาต
ปัจจัย
[๕๕๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๕๖๐] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๕๖๑] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
[๕๖๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ กุศลขันธ์ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน
โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค
โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
[๕๖๓] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ กุศลขันธ์ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
[๕๖๔] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตกิริยาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัพยากตกิริยาที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
[๕๖๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยกัมมปัจจัย
[๕๖๖] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย

254
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 255 (เล่ม 40)

ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูป โดย
กัมมปัจจัย
[๕๖๗] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย
[๕๖๘] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยกัมมปัจจัย
[๕๖๙] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่อกุศลเจตนาเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตารูป
โดยกัมมปัจจัย
[๕๗๐] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยกัมม
ปัจจัย
คือ อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย
[๕๗๑] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยกัมมปัจจัย
เจตนา เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ โดยกัมมปัจจัย
[๕๗๒] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป
โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยวิปากปัจจัย

255
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 256 (เล่ม 40)

ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป
โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป โดยวิปากปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
[๕๗๓] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอาหารปัจจัย
[๕๗๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอาหารปัจจัย
[๕๗๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยอาหาร
ปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
อาหารปัจจัย
[๕๗๖] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอาหารปัจจัย
[๕๗๗] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอาหารปัจจัย
[๕๗๘] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดย
อาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
อาหารปัจจัย
[๕๗๙] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอาหารปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ อาหารที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยอาหารปัจจัย
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย

256
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 257 (เล่ม 40)

[๕๘๐] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอินทริยปัจจัย
[๕๘๑] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอินทริยปัจจัย
[๕๘๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยอินทริย
ปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
อินทริยปัจจัย
[๕๘๓] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอินทริยปัจจัย
[๕๘๔] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอินทริยปัจจัย
[๕๘๕] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดย
อินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
อินทริยปัจจัย
[๕๘๖] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอินทริยปัจจัย
คือ อินทรีย์ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอินทริยปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยอินทริยปัจจัย
จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย
โสตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย
ฆานินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย
ชิวหินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย

257
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 258 (เล่ม 40)

กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยอินทริยปัจจัย
[๕๘๗] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยฌานปัจจัย
[๕๘๘] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยฌานปัจจัย
[๕๘๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
ฌานปัจจัย
[๕๙๐] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยฌานปัจจัย
[๕๙๑] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยฌานปัจจัย
[๕๙๒] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยฌาน
ปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
ฌานปัจจัย
[๕๙๓] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยฌานปัจจัย
คือ องค์ฌานที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยฌานปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ องค์ฌานที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยฌานปัจจัย
[๕๙๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยมัคคปัจจัย
คือ องค์มรรคที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยมัคคปัจจัย
[๕๙๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยมัคคปัจจัย
คือ มรรคที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยมัคคปัจจัย

258
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 259 (เล่ม 40)

[๕๙๖] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยมัคค
ปัจจัย
คือ องค์แห่งมรรคที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
โดยมัคคปัจจัย
[๕๙๗] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยมัคคปัจจัย
คือ องค์มรรคที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยมัคคปัจจัย
[๕๙๘] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยมัคคปัจจัย
คือ องค์มรรคที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยมัคคปัจจัย
[๕๙๙] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยมัคค
ปัจจัย
คือ องค์มรรคที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดย
มัคคปัจจัย
[๖๐๐] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยมัคคปัจจัย
คือ องค์มรรคที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยมัคคปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ องค์มรรคที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยมัคคปัจจัย
[๖๐๑] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสัมปยุตตปัจจัย
[๖๐๒] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสัมปยุตตปัจจัย
[๖๐๓] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดย
สัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ โดยสัมปยุตตปัจจัย

259
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 260 (เล่ม 40)

ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตต
ปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒
โดยสัมปยุตตปัจจัย
[๖๐๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยวิปปยุตต
ปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดย
วิปปยุตตปัจจัย
[๖๐๕] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดย
วิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดย
วิปปยุตตปัจจัย
[๖๐๖] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูป โดยวิปปยุตตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยวิปปยุตต
ปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่ทหยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัยหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย
โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆาน
วิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย
กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยวิปปยุตตปัจจัย

260
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 261 (เล่ม 40)

ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา
เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๖๐๗] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ โดยวิปปยุตต
ปัจจัย
[๖๐๘] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่หทยวัตถุเป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ โดยวิปปยุตต
ปัจจัย
[๖๐๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๑ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๐] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่กุศลขันธ์ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่กุศลขันธ์ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๑] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒
และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๒] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๑ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๓] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่อกุศลขันธ์ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย

261
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 262 (เล่ม 40)

ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่อกุศลขันธ์เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๔] อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม โดยอัตถิ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ที่เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิ
ปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๕] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่
มหาภูตรูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป
ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูป ที่เป็นจิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูป โดยอัตถิปัจจัย
พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัย
มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒
โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูป ที่เป็นจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป
โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระอรหันต์พิจารณาโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

262
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 263 (เล่ม 40)

พระอรหันต์ เห็นรูปด้วยทิพพจักษุ
พระอรหันต์ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ
ฯลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่
โสตวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ชิวหายตนะ
เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิ
ปัจจัย
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น อาหาร ได้แก่กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น อินทริย ได้แก่รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๖] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระเสขะหรือปุถุชน เห็นรูปด้วยทิพพจักษุ
พระเสขะหรือปุถุชน ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
[๖๑๗] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่บุคคลยินดีเพลิดเพลิน ซึ่งจักษุเพราะปรารภ ซึ่ง
จักษุนั้น มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทยวัตถุ เพราะปรารภโสตะ เป็นต้นนั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น หทยวัตถุ เป็นปัจจัย
แก่อกุศลขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย

263