พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 29 (เล่ม 39)

[๖๙] จิตที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่หรือ
ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วย
นั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย
จิตเกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
จิตไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ
ถูกแล้ว
จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต
ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
[๗๐] จิตที่ดับแล้ว ดับอยู่หรือ
หามิได้
จิตดับอยู่ ดับแล้วหรือ
หามิได้
จิตไม่ดับแล้ว ไม่ดับอยู่หรือ
ในภังคขณะ จิตไม่ดับแล้ว แต่ไม่ดับอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคตเท่านั้น
ไม่ดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับอยู่ด้วย
จิตไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่ดับอยู่ แต่ไม่ดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น
ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่ดับแล้วด้วย
[๗๑] จิตใด เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้น
เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตก้าวล่วงอุปปาทขณะ ไม่ก้าวล่วงภังคขณะ จิตเป็นอดีตก้าวล่วง
อุปปาทขณะด้วย ก้าวล่วงภังคขณะด้วย
หรือว่า จิตใด เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้น

29
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 30 (เล่ม 39)

เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตเป็นอดีต
จิตใด เมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิตนั้นเมื่อ
ไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ในอุปปาทขณะ
หรือว่า จิตใดเมื่อยังไม่ดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตนั้นเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
ในภังคขณะ จิตไม่ก้าวล่วงภังคขณะ แต่ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะก็หาไม่ในอุปปาทขณะ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะด้วย
นิทเทสแห่งธรรมวาร จบ
นิทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร
[๗๒] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับ จักไม่
เกิดขึ้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
ไม่ดับ
ถูกแล้ว
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่ดับจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น ดับ
ไม่มี
[๗๓] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว

30
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 31 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ในอุปปาทขณะ
จิตเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตเป็นอดีต
และอนาคต ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
ถูกแล้ว
[๗๔] จิตใดของบุคคลใดดับ จิตนั้นของบุคคลนั้น เกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นดับ
ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นดับก็หาไม่ในภังคขณะ จิต
เกิดแล้วด้วยนั่นเทียว ดับด้วย
จิตใดของบุคคลใดไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตไม่ดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีต
และอนาคต ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ดับ
ถูกแล้ว
[๗๕] จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ในภังคขณะ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย

31
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 32 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้น
ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ใน
ภังคขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียวไม่เกิดขึ้นด้วย
จิตใดของบุคคลใดเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเกิดขึ้น
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ในภังคขณะ จิตเป็น
อดีตเท่านั้นไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้น
ในอุปปาทขณะ จิตจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะ
จิตเป็นอดีตเท่านั้น จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย
จิตใดของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้น จักไม่เกิดขึ้นหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็น
ปัจจุบัน ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตเป็นอดีต จักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็น
ปัจจุบัน จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
[๗๖] จิตใดของบุคคลใดดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับแล้วหรือ
หามิได้

32
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 33 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นดับ
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่ดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ในอุปปาทขณะ จิต
เป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใด ไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ดับ
ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่ดับก็หาไม่ในอุปปาทขณะ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับด้วย
จิตใดของบุคคลใดดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นดับ
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้นไม่ดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่ดับก็หาไม่
จิตเป็นอดีตไม่ดับด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ดับ
ในภังคขณะ จิตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่ดับก็หาไม่ จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ
ด้วยนั่นเทียว ไม่ดับด้วย
จิตใดของบุคคลใดเคยดับแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นจักดับหรือ
หามิได้

33
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 34 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นเคยดับแล้ว
หามิได้
จิตใดของบุคคลใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นของบุคคลนั้นจักไม่ดับหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น จักไม่ดับ
ก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย
หรือว่า จิตใดของบุคคลใดจักไม่ดับ จิตนั้นของบุคคลนั้นไม่เคยดับแล้ว
จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นของบุคคลนั้น ไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ในภังคขณะ จิต
จักไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย.
นิทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร จบ
นิทเทสแห่งมิสสกวาร
[๗๗] ในข้อที่ว่า จิตของบุคคลใด ท่านแสดงไว้โดยภาวะแห่งตนในข้อที่ว่า ในจิต
ใดแล ในจิตของบุคคลใด ท่านแสดงไว้โดยอรรถอันเดียวกัน
จิตมีราคะของบุคคลใด ฯลฯ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมสุขายเวทนา
สัมปยุตธรรม ทุกขายเวทนายสัมปยุตธรรม อทุกขมสุขายเวทนายสัมปยุตธรรม ฯลฯ สนิทัสสน
สัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนายปฏิฆธรรม เหตุธรรม นเหตุธรรม ฯลฯ
สรณธรรม อรณธรรมธรรมเหล่านี้ ตลอดจนถึงสรณธรรม และอรณธรรม ย่อมถึงซึ่งความ
เป็นยมก๓ คือ มูลยมก จิตตยมก ธรรมยมก.
นิทเทสแห่งมิสสกวาร จบ
จิตตยมก จบ

34
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 35 (เล่ม 39)

ธรรมยมก
ปัณณัตติวาร
อุทเทสวาร
[๗๘] กุศลคือกุศลธรรมหรือ กุศลธรรมคือกุศลหรือ
อกุศลคืออกุศลธรรมหรือ อกุศลธรรมคืออกุศลหรือ
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ อัพยากตธรรมคืออัพยากตะหรือ
[๗๙] ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ ไม่ใช่กุศลธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ ไม่ใช่อกุศลธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ ไม่ใช่อัพยากตธรรม
ไม่ใช่อัพยากตะหรือ
[๘๐] กุศลคือกุศลธรรมหรือ ธรรมคืออกุศลธรรมหรือ
กุศลคือกุศลธรรมหรือ ธรรมคืออัพยากตธรรมหรือ
อกุศลคืออกุศลธรรมหรือ ธรรมคือกุศลธรรมหรือ
อกุศลคืออกุศลธรรมหรือ ธรรมคืออัพยากตธรรมหรือ
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ ธรรมคือกุศลธรรมหรือ
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ ธรรมคืออกุศลธรรมหรือ
[๘๑] ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ
ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ

35
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 36 (เล่ม 39)

[๘๒] กุศลคือธรรมหรือ ธรรมคือกุศลหรือ
อกุศลคือธรรมหรือ ธรรมคืออกุศลหรือ
อัพยากตะคือธรรมหรือ ธรรมคืออัพยากตะหรือ
[๘๓] ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กุศลหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อัพยากตะหรือ
[๘๔] กุศลคือธรรมหรือ ธรรมคืออกุศลหรือ
กุศลคือธรรมหรือ ธรรมคืออัพยากตะหรือ
อกุศลคือธรรมหรือ ธรรมคือกุศลหรือ
อกุศลคือธรรมหรือ ธรรมคืออัพยากตะหรือ
อัพยากตะคือธรรมหรือ ธรรมคือกุศลหรือ
อัพยากตะคือธรรมหรือ ธรรมคืออกุศลหรือ
[๘๕] ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อัพยากตะหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กุศลหรือ
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อัพยากตะหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่กุศลหรือ
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่ธรรมหรือ ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
อุทเทสวาร จบ

36
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 37 (เล่ม 39)

นิทเทสวาร
[๘๖] กุศลคือกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
กุศลธรรมคือกุศลหรือ
ถูกแล้ว
อกุศลคืออกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
อกุศลธรรมคืออกุศลหรือ
ถูกแล้ว
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ
ถูกแล้ว
อัพยากตธรรมคืออัพยากตะหรือ
ถูกแล้ว
[๘๗] ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่กุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ไม่ใช่กุศลธรรม ไม่ใช่กุศลหรือ
ถูกแล้ว
ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่อกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ไม่ใช่อกุศลธรรม ไม่ใช่อกุศลหรือ
ถูกแล้ว
ไม่ใช่อัพยากตะ ไม่ใช่อัพยากตธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ไม่ใช่อัพยากตธรรม ไม่ใช่อัพยากตะหรือ
ถูกแล้ว

37
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 38 (เล่ม 39)

[๘๘] กุศลคือกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคืออกุศลธรรมหรือ
อกุศลธรรม เป็นธรรมด้วยนั่นเทียว เป็นอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่เหลือไม่ใช่อกุศลธรรม
กุศลคือกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคืออัพยากตธรรมหรือ
อัพยากตธรรมเป็นธรรมด้วยนั่นเทียว คือเป็นอัพยากตธรรมด้วยธรรมที่เหลือ
ไม่ใช่อัพยากตธรรม
กุศลคือกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคือกุศลธรรมหรือ
กุศลธรรมเป็นธรรมด้วยนั่นเทียว เป็นกุศลธรรมด้วย ธรรมที่เหลือไม่ใช่กุศลธรรม
อกุศลคืออกุศลธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคืออัพยากตธรรมหรือ
อัพยากตธรรมเป็นธรรมด้วยนั่นเทียว เป็นอัพยากตธรรมด้วย ธรรมที่เหลือ
ไม่ใช่อัพยากตธรรม
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคือกุศลธรรมหรือ
กุศลธรรมเป็นธรรมด้วยนั่นเทียว เป็นกุศลธรรมด้วย ธรรมที่เหลือไม่ใช่กุศลธรรม
อัพยากตะคืออัพยากตธรรมหรือ
ถูกแล้ว
ธรรมคืออกุศลธรรมหรือ
อกุศลธรรมเป็นธรรมด้วยนั่นเทียว เป็นอกุศลธรรมด้วย ธรรมที่เหลือไม่ใช่อกุศลธรรม

38