พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 19 (เล่ม 39)

[๕๒] จิตของบุคคลใดดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นดับอยู่
ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลเหล่านั้น
ดับอยู่ก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้น เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ดับอยู่ด้วย
จิตของบุคคลใดไม่ดับอยู่ จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่ดับอยู่ แต่จิตของบุคคลเหล่านั้นไม่เกิด
ขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว
ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่ดับอยู่
ถูกแล้ว
[๕๓] จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ เคยเกิดขึ้นแล้วแต่จิตของบุคคล
เหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต เคยเกิดขึ้นแล้ว
ด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นแล้วด้วย
จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต เกิดขึ้นแล้วแต่จิตของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต เกิดขึ้นแล้ว
ด้วยนั่นเทียว จักเกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้ว
จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักเกิดขึ้นแต่จิตของบุคคลเหล่านั้น
เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของบุคคลเหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต จักเกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว
เกิดขึ้นแล้วด้วย
จิตของบุคคลใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
เคยเกิดขึ้นแล้ว

19
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 20 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่มี
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
จักเกิดขึ้น
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
เกิดขึ้นแล้ว
[๕๔] จิตของบุคคลใดเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิต
ของบุคคลนั้น จักเกิดขึ้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักเกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตของ
บุคคลนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
ถูกแล้ว
จิตของบุคคลใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิต
ของบุคคลนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
ไม่มี
หรือว่า จิตของบุคคลใดจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตของบุคคลนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่
จิตของบุคคลนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
เคยเกิดขึ้นแล้ว
[๕๕] จิตที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่หรือ
ในภังคขณะ เกิดขึ้นแล้ว แต่จะเกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้ว
ด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย
จิตเกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
จิตที่ไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอยู่หรือ
ถูกแล้ว

20
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 21 (เล่ม 39)

จิตที่ไม่เกิดขึ้นอยู่ ไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในภังคขณะ ไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่ไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่เกิด
ขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
[๕๖] จิตที่ดับแล้ว ดับอยู่หรือ
หามิได้
จิตดับอยู่ ดับแล้วหรือ
หามิได้
จิตไม่ดับแล้ว ไม่ดับอยู่หรือ
ในภังคขณะไม่ดับแล้ว แต่จะไม่ดับอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตที่เป็นอนาคตเท่านั้น
ไม่ดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับอยู่ด้วย
จิตไม่ดับอยู่ ไม่ดับแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่ดับอยู่ แต่ไม่ดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคต ไม่ดับอยู่
นั่นเทียว ไม่ดับแล้วด้วย
[๕๗] จิตของบุคคลใด เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ มีกาลอันก้าวล่วงแล้ว จิต
ของบุคคลนั้น เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ มีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตก้าวล่วงอุปปาทขณะ จิตเป็นอดีตก้าวล่วงอุปปาทขณะด้วย ก้าวล่วง
ภังคขณะด้วย
หรือว่า จิตของบุคคลใด เมื่อดับไป ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตของบุคคลนั้น เมื่อเกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆเป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตเป็นอดีต
จิตของบุคคลใดเมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงซึ่งขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตของบุคคลนั้นเมื่อไม่ดับ ก้าวล่วงขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้วหรือ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ในอุปปาทขณะ
หรือว่า จิตของบุคคลใด เมื่อไม่ดับ ก้าวล่วงขณะๆ เป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
จิตของบุคคลนั้น เมื่อไม่เกิดขึ้น ก้าวล่วงขณะๆเป็นจิตมีกาลอันก้าวล่วงแล้ว
ในภังคขณะ จิตไม่ก้าวล่วงภังคขณะ แต่ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะก็หาไม่ในอุปปาทขณะ
จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ก้าวล่วงภังคขณะด้วย ไม่ก้าวล่วงอุปปาทขณะด้วย
นิทเทสแห่งปุคคลวาร จบ

21
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 22 (เล่ม 39)

นิทเทสแห่งธรรมวาร
[๕๘] จิตใดเกิดขึ้น ยังไม่ดับไป จิตนั้นจักดับไป จักไม่เกิดขึ้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดจักดับ จักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น ไม่ดับ
ถูกแล้ว
จิตใดไม่เกิดขึ้น ดับ จิตนั้นจักไม่ดับ จักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จักเกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้น ดับ
ไม่มี
[๕๙] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น
ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเกิดขึ้นแล้ว
ด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต
ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นหรือ
ถูกแล้ว
[๖๐] จิตใดดับ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับ
ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเกิดขึ้นแล้วด้วย
นั่นเทียว ดับด้วย
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ

22
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 23 (เล่ม 39)

ในอุปปาทขณะจิตไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต ไม่
ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับ
ถูกแล้ว
[๖๑] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น
หามิได้
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอนาคต
เท่านั้น ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ในภังคขณะ จิต
เป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้น
หามิได้
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอดีตเท่านั้น
ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
ในอุปปาทขณะ จิตจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตเป็นอดีต
เท่านั้น จักไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย
จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้

23
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 24 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นปัจจุบันไม่เคย
เกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตเป็นอดีตจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นปัจจุบัน จักไม่
เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
[๖๒] จิตใดดับ จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นไม่ดับ
หามิได้
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
จิตที่เป็นอดีตไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคต
เท่านั้น ไม่ดับด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่ดับ
ในภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่ ในอุปปาทขณะจิตเป็นอนาคต
เท่านั้น ไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่ดับด้วย
จิตใดดับ จิตนั้นจักดับหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นดับ
หามิได้
จิตใดไม่ดับ จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่จิตเป็นอดีตไม่
ดับด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย

24
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 25 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่ดับ
ในภังคขณะ จิตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่ดับก็หาไม่ จิตเป็นอดีตจักไม่ดับด้วยนั่นเทียว
ไม่ดับด้วย
จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยดับแล้ว
หามิได้
จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ใน
ภังคขณะ จิตไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยดับแล้ว
จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยดับก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตจักไม่ดับด้วยนั่นเทียว
ไม่เคยดับแล้ว
[๖๓] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นเคยดับแล้วหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดเคยดับแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้น
หามิได้
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เคยดับแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นไม่เคยดับแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอนาคต
เท่านั้นไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว ไม่เคยดับแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เคยดับแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
ในอุปปาทขณะ จิตไม่เคยดับแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะ จิตเป็น
อนาคตเท่านั้น ไม่เคยดับแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นด้วย
จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นจักดับหรือ
ถูกแล้ว

25
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 26 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตเป็นอนาคตจักดับ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตจักดับด้วยนั่นเทียว
เกิดขึ้นด้วย
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเป็นอดีตเท่านั้น
ไม่เกิดขึ้นด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
ถูกแล้ว
จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักดับหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักดับ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่ดับหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตเป็นอนาคตเท่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่ดับก็หาไม่
ในภังคขณะ จิตไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่ดับด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่ดับ จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
จิตเป็นอดีตจักไม่ดับ แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ ในภังคขณะจิตจักไม่ดับ
ด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
[๖๔] จิตใดเกิดขึ้น จิตนั้นไม่ดับหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดไม่ดับ จิตนั้นเกิดขึ้น
จิตเป็นอดีตและอนาคตเท่านั้น ไม่ดับ แต่จิตนั้นเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตนั้น
ไม่ดับด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นด้วย
จิตใดไม่เกิดขึ้น จิตนั้นดับหรือ
จิตเป็นอดีตและอนาคตไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นดับก็หาไม่ ในภังคขณะจิตไม่เกิดขึ้นด้วย
นั่นเทียว ดับด้วย

26
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 27 (เล่ม 39)

หรือว่า จิตใดดับ จิตนั้นไม่เกิดขึ้น
ถูกแล้ว
[๖๕] จิตใดเกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นอยู่
ในภังคขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นเกิดขึ้นอยู่ก็หาไม่ ในอุปปาทขณะ จิตเกิด
ขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว เกิดขึ้นอยู่ด้วย
จิตใดไม่เกิดขึ้นอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในภังคขณะ จิตไม่เกิดขึ้นอยู่ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตเป็นอดีตและอนาคต
ไม่เกิดขึ้นอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นอยู่
ถูกแล้ว
[๖๖] จิตใดดับอยู่ จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นดับอยู่
ในอุปปาทขณะ จิตเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นดับอยู่ก็หาไม่ ในภังคขณะจิตเกิดขึ้นแล้ว
ด้วยนั่นเทียว ดับอยู่ด้วย
จิตใดไม่ดับอยู่ จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วหรือ
ในอุปปาทขณะ จิตไม่ดับอยู่ แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอดีตและอนาคต
ไม่ดับอยู่ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่ดับอยู่
ถูกแล้ว
[๖๗] จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้

27
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 28 (เล่ม 39)

จิตใดเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น จิตนั้นเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้
จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วหรือ
จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตเป็นอนาคต ไม่เกิด
ขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วย
หรือว่า จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
จิตเป็นปัจจุบัน ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตเป็นอนาคต
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
จิตใดไม่เกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
จิตเป็นอนาคตไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นอดีตไม่เกิดขึ้น
แล้วด้วยนั่นเทียว จักไม่เกิดขึ้นด้วย
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้น จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้ว
จิตเป็นปัจจุบันจักไม่เกิดขึ้น แต่จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ จิตเป็นอดีตจักไม่เกิดขึ้น
ด้วยนั่นเทียว ไม่เกิดขึ้นแล้วด้วย
[๖๘] จิตใดเคยเกิดขึ้นแล้ว จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นจักเกิดขึ้นหรือ
หามิได้
หรือว่า จิตใดจักเกิดขึ้น แต่จิตนั้นเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว
หามิได้
จิตใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ จิตนั้นจักไม่เกิดขึ้นหรือ
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตใดจักไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่จิตนั้นไม่เกิดขึ้นแล้วก็หาไม่จิตนั้นไม่เคย
เกิดขึ้นแล้ว
ถูกแล้ว

28