พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 380 (เล่ม 38)

[๑๐๖๑] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.
[๑๐๖๒] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่วิจาร เกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และ
วจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.
[๑๐๖๓] กายสังขารจักเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๖๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็จัก
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต
เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด และสัตว์ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขาร
จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.

380
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 381 (เล่ม 38)

[๑๐๖๕] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมี
ปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ
แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขาร
ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
[๑๐๖๖] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่วจีสังขารจัก
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ นอกนี้.
[๑๐๖๗] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ใน
ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด.

381
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 382 (เล่ม 38)

หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๐๖๘] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
[๑๐๖๙] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นใน
ลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นและ
จิตตสังขารก็จักไม่ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๐๗๐] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๗๑] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์

382
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 383 (เล่ม 38)

เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าถึงจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็
จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่
มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๐๗๒] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต
เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จัก
ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๐๗๓] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มี
วิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.

383
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 384 (เล่ม 38)

[๑๐๗๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๗๕] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๗๖] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
[๑๐๗๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.

384
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 385 (เล่ม 38)

[๑๐๗๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และจีวรสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดใน
กามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขาร
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อม
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๗๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
ภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๘๐] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.

385
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 386 (เล่ม 38)

หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่
จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
[๑๐๘๑] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นหรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
ไม่มี.
[๑๐๘๒] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นหรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
ไม่มี.
[๑๐๘๓] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
ไม่มี.
[๑๐๘๔] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๘๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?

386
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 387 (เล่ม 38)

กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลม
อัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๐๘๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๘๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมิ
นั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมิ
นั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.

387
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 388 (เล่ม 38)

[๑๐๘๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง
จิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๘๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง
จิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๙๐] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร แต่
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง
จิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่ง
วิตกและวิจาร.
[๑๐๙๑] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๙๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?

388
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 389 (เล่ม 38)

กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิด
ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลม
อัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๙๓] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๙๔] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ที่มีวิตก
และมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น
และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.

389