พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 370 (เล่ม 38)

ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิตและจิตตสังขาร
ไม่ใช่จิตและไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
ถูกแล้ว.
สุทธสังขารวาร
[๑๐๓๔] กายสังขาร คือวจีสังขาร หรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร คือกายสังขาร หรือ?
หามิได้.
กายสังขาร คือจิตตสังขาร หรือ?
หามิได้.
จิตตสังขาร คือกายสังขาร หรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร คือจิตตสังขาร หรือ?
หามิได้.
จิตตสังขาร คือวจีสังขาร หรือ?
หามิได้.
[๑๐๓๕] ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่วจีสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นกายสังขารและ
วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร และไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร หรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่กายสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นวจีสังขาร และ
กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารและไม่ใช่กายสังขาร.

370
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 371 (เล่ม 38)

ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่จิตตสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นกายสังขาร
และจิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขารและไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร หรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่กายสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นจิตตสังขารและ
กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร หรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่จิตตสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นวจีสังขารและ
จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารและไม่ใช่จิตตสังขาร
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขาร หรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่วจีสังขาร สังขารที่เหลือ เว้นจิตตสังขารและ
วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขาร และไม่ใช่วจีสังขาร.
นิทเทสวาร จบ.
ปัณณัตติวาร จบ.
———-

371
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 372 (เล่ม 38)

ปวัตติวาร
อุปปาทวาร
[๑๐๓๖] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น
และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งวิตกและวิจาร แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น
และกายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๓๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น
และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ.
[๑๐๓๘] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.

372
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 373 (เล่ม 38)

เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขาร
ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร.
[๑๐๓๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในปฐมฌาน
(ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อม
เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือใน
ปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ.
[๑๐๔๐] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
จิตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น
ในภูมินั้น คือปฐมฌาน ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในกามาวจรภูมิ.
[๑๐๔๑] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น
ในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.
[๑๐๔๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

373
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 374 (เล่ม 38)

[๑๐๔๓] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขาร
ย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่
เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
[๑๐๔๔] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้นหรือ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่
เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่
เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๔๕] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และ
จิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่
อสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.

374
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 375 (เล่ม 38)

[๑๐๔๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขาร
ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
คือจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่กายสังขารย่อมไม่
เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ
ในจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ.
[๑๐๔๗] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นใน
ภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ
แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่
เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๔๘] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
หรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่
จิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่
เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ.
หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๔๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?

375
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 376 (เล่ม 38)

เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด คือ
ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่
อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ข้อว่า “นิโรธ
สมาปนฺนานํ” ย่อมไม่ได้ในคำว่า “ยสฺส ยตฺถ”
[๑๐๕๐] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
[๑๐๕๑] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
แม้คำว่า ยตฺถ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกบท.
[๑๐๕๒] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็
เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.

376
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 377 (เล่ม 38)

หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้ว
และกายสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
[๑๐๕๓] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน
ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
[๑๐๕๔] วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น?
จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
จตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ นอกนี้.

377
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 378 (เล่ม 38)

[๑๐๕๕] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
ไม่มี.
[๑๐๕๖] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๕๗] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้น
แล้ว และวจีสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้น
สุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และ
กายสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส
ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.

378
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 379 (เล่ม 38)

[๑๐๕๘] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลัง
เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๐๕๙] วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
จตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่จิตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๐๖๐] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ใน
ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่
วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้.

379