พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 360 (เล่ม 38)

[๑๐๑๓] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจ
โวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ
แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะ
แห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญ
สัตตภูมิ และสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระ
อรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับ
แห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญ
สัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย ใน
ภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๑๐๑๔] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น
จักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งมรรค สัตว์เหล่าใด
จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และ
แก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่
ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค

360
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 361 (เล่ม 38)

แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ใน
อรูปภูมิ แก่สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต
และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
และของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
แก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง
จุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิและ
ของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๑๐๑๕] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค
สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อ
ตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่าในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิต
เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตว์ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น

361
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 362 (เล่ม 38)

ในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นของในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และ
ของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา
ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้น.
[๑๐๑๖] ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สมุทยสัจของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
คำถามที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีต อนุโลม ก็ดี ปัจจนียะ ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วใน
นิโรธวาร ฉันใด แม้ในอุปาทนิโรธวาร ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนก ฉันนั้น.
อุปานิโรธวาร จบ.
ปวัตติวาร จบ.
ปริญญาวาร
[๑๐๑๗] บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมละสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดย่อมละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่ละสมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดย่อมไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
[๑๐๑๘] บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
บุคคลใดไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.

362
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 363 (เล่ม 38)

หรือว่า บุคคลใดไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง
ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
[๑๐๑๙] บุคคลใดจักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นจักกำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละสมุทยสัจ หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
ถูกแล้ว.
[๑๐๒๐] บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
หามิได้.
หรือว่า บุคคลใดได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ?
หามิได้.
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
พระอรหันต์ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ แต่ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจก็หาไม่ บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลที่มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์ ย่อมไม่กำหนดรู้
ทุกขสัจ และไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทัยสัจ.
หรือว่า บุคคลใดไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจ แต่ย่อมไม่
กำหนดรู้ทุกขสัจก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นแต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค
และพระอรหันต์ไม่ได้ละแล้วซึ่งสมุทยสัจด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย.
[๑๐๒๑] บุคคลใดย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ?
หามิได้.

363
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 364 (เล่ม 38)

หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ
หามิได้.
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละสมุทยสัจหรือ?
ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ แต่จักไม่ละ
สมุทยสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชน
เหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดผู้ผู้ทุกขสัจด้วย จักไม่ละสมุทยสัจด้วย.
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ย่อมไม่กำหนดรู้
ทุกขสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชน
เหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย.
[๑๐๒๒] บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ?
หามิได้.
หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ
หามิได้.
บุคคลใดไม่กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ แต่จักไม่ละ
ซึ่งสมุทยสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะ
ซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง
ทุกขสัจด้วย จักไม่ละซึ่งสมุทยสัจด้วย.
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ?
พระอรหันต์จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง
ทุกขสัจด้วย
ปริญญาวาร จบ.

364
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 365 (เล่ม 38)

สัจจยมก จบ.
สังขารยมก
ปัณณัตติวาร
[๑๐๒๓] สังขาร ๓ คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร.
ลมอัสสาสะและปัสสาสะ ชื่อว่า กายสังขาร วิตกและวิจาร ชื่อว่า วจีสังขาร สัญญา
และเวทนา ชื่อว่า จิตตสังขาร ธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต แม้ทั้งหมด เว้นวิตกและวิจาร ชื่อว่า
จิตตสังขาร.
[๑๐๒๔] กายชื่อว่า กายสังขารหรือ กายสังขาร คือกายหรือ?
อุทเทสวาร
วจี ชื่อว่า วจีสังขารหรือ วจีสังขาร คือวจีหรือ?
จิต ชื่อว่า จิตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือจิตหรือ?
[๑๐๒๕] ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่กายหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่วจีหรือ?
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่จิตหรือ?
[๑๐๒๖] กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ สังขารคือวจีสังขารหรือ?
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ สังขาร คือกายสังขารหรือ?
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ สังขาร คือกายสังขารหรือ?
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ สังขาร คือวจีสังขารหรือ?
[๑๐๒๗] ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?

365
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 366 (เล่ม 38)

ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
[๑๐๒๘] กายสังขาร คือวจีสังขารหรือ วจีสังขาร คือกายสังขารหรือ?
กายสังขาร คือจิตตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือกายสังขารหรือ?
วจีสังขาร คือจิตตสังขารหรือ จิตตสังขาร คือวจีสังขารหรือ?
[๑๐๒๙] ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่กาย
สังขารหรือ?
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่กายสังขาร
หรือ?
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
อุทเทสวาร จบ.
นิทเทสวาร
ปทโสธนวาร
[๑๐๓๐] กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
กายสังขาร ชื่อว่ากายหรือ?
หามิได้.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
วจีสังขาร ชื่อว่าวจีหรือ?
หามิได้.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.

366
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 367 (เล่ม 38)

จิตตสังขาร ชื่อว่าจิตหรือ?
หามิได้.
[๑๐๓๑] ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกาย และกายสังขาร ไม่ใช่
กาย และไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่กายสังขาร ไม่ใช่กายหรือ?
กาย ไม่ใช่กายสังขาร เป็นแต่กาย ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขาร ไม่ใช่กาย
และไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจี และวจีสังขาร ไม่ใช่วจี
และไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่วจีสังขาร ไม่ใช่วจีหรือ?
วจี ไม่ใช่วจีสังขาร เป็นแต่วจี ธรรมที่เหลือ เว้นวจี และวจีสังขาร ไม่ใช่วจี และ
ไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิต และจิตตสังขาร
ไม่ใช่จิต และไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่จิตตสังขาร ไม่ใช่จิตหรือ?
จิต ไม่ใช่จิตตสังขาร เป็นแต่จิต ธรรมที่เหลือ เว้นจิต และจิตตสังขาร ไม่ใช่จิต
และไม่ใช่จิตตสังขาร.
ปทโสธนมูลจักกวาร
[๑๐๓๒] กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือวจีสังขารหรือ?

367
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 368 (เล่ม 38)

วจีสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นวจีสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
วจีสังขาร.
กาย ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นจิตตสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
จิตตสังขาร.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร ชื่อว่ากายสังขารหรือ?
กายสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นกายสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
กายสังขาร.
วจี ชื่อว่าวจีสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือจิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นจิตตสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
จิตตสังขาร.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือกายสังขารหรือ?
กายสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นกายสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
กายสังขาร.
จิต ชื่อว่าจิตตสังขารหรือ?
หามิได้.
สังขาร คือวจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร เป็นสังขารด้วย เป็นวจีสังขารด้วย สังขารที่เหลือ เป็นแต่สังขาร ไม่ใช่
วจีสังขาร.

368
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 369 (เล่ม 38)

[๑๐๓๓] ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขาร ไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขาร
ไม่ใช่กายและไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
ถูกแล้ว
ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
กายสังขารไม่ใช่กาย เป็นแต่กายสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นกายและกายสังขาร ไม่ใช่
กาย และไม่ใช่กายสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ?
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจีและวจีสังขาร ไม่ใช่วจี
และไม่ใช่วจีสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่วจี ไม่ใช่วจีสังขารหรือ
วจีสังขาร ไม่ใช่วจี เป็นแต่วจีสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นวจีและวจีสังขาร ไม่ใช่วจี
และไม่ใช่วจีสังขาร
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่จิต ไม่ใช่จิตตสังขารหรือ?
จิตตสังขาร ไม่ใช่จิต เป็นแต่จิตตสังขาร ธรรมที่เหลือ เว้นจิตและจิตตสังขาร
ไม่ใช่จิต และไม่ใช่จิตตสังขาร.
ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่กายสังขารหรือ?
ถูกแล้ว.

369